|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
จาก ที่ผมเคยโพสไว้ อัตราดอกเบี้ย ดังนี้นะครับ(เอามาย้อนให้ดู เผื่อคนที่ยังไม่ได้อ่านนะครับ)
SCB มีให้เลือก 4 แบบ แต่ละเดือนจ่ายเกินสองเท่าได้ โปะเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามปิดก่อน 3 ปี (MRR 7.75) 1. คงที่ ปีที่ 1 2.25 ปีต่อไป MRR-1.5 2. ลอยตัวปีที่ 1 MRR-5.75 (ถ้าตอนนี้ก็ 2.00) ปีต่อไป MRR-1.5 3. ลอยตัวปีที่ 1-2 MRR-3 (ถ้าตอนนี้ก็ 4.75) ปีต่อไป MRR-1.5 4. 6 เดือนแรก 0 เดือนที่ 7-12 MRR-3.75(ถ้าตอนนี้ก็ 4) ปีต่อไป MRR-1.5
Kbank มีให้เลือก 6 แบบ จ่ายเกินสองเท่าได้ ในแต่ละเดือน โปะเท่าไหร่ก็ได้ ปิดก่อน 3 ปีได้ครับ (MLR 7.25) 1. คงที่ 1 ปี 2.25 หลังจากนั้น MLR-1 2. คงที่ 2 ปี 4.25 หลังจากนั้น MLR-1 3. คงที่ 3 ปี 4.75 หลังจากนั้น MLR-1 4. ลอยตัวปีที่ 1 MLR-4.5 (ถ้าตอนนี้ก็ 2.75)หลังจากนั้น MLR-1 5. ลอยตัวปีที่ 1-2 MLR-2.5 (ถ้าตอนนี้ก็ 4.75)หลังจากนั้น MLR-1 6. ลอยตัวปีที่ 1-3 MLR-2 (ถ้าตอนนี้ก็ 5.25)หลังจากนั้น MLR-1 แต่เดี๋ยวก่อน ทุกแบบจะลดลงอีก 0.25 ในปีแรก ย้ำปีแรกเท่านั้นทุกแบบ ถ้าก่อน 30 พย ครับ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
ผมขอคำนวณ เฉพาะ Kbank แบบที่ 1 2 3 และ SCB แบบที่ 2 4 นะครับ เพราะ Kbank แบบที่ 4 5 6 และ SCB แบบที่ 3 นั้น เป็นลอยตัว ซึ่งตอนนี้ยังสูงกว่าดอกของแบบข้างต้น คำนวณออกมายังไงก็สูงกว่าเมื่อเทียบดอกเบี้ยปัจจุบัน จึงขอไม่คำนวณนะครับ และ SCB แบบที่ 1 ดอกเบี้ยสูงกว่า Kbank แบบที่ 1 เพราะ Kbank ลดเหลือ 2.00 ตามโปรเดือนนี้ เลยขอไม่คำนวณเช่นกัน แต่หากใครจะเลือกแบบลอยตัวดังกล่าว ต้องศึกษาข้อมูลว่าอนาคตดอกเบี้ยเป็นเช่นไร ถ้าลดลง ก็น่าสนครับ แต่ก็เสี่ยงหน่อยครับ (กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ ใครมีข้อมูลบอกด้วยนะครับ)
ขอเรียกว่า K1 K2 K3 S2 และ S4 (ดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณ MRR = 7.75%, MLR = 7.25%) โดย Kbank ที่คำนวณ ใช้ดอกเบี้ย ปีแรกลบลงไปอีก 0.25% ตามโปร ปัจจุบันนะครับ เพราะฉะนั้น ที่คำนวนจะใช้ข้อมูลดังนี้ K1 ปีที่ 1 = 2.00% หลังจากนั้น MLR-1 = 6.25% K2 ปีที่ 1 = 4.00% ปีที่ 2 = 4.25% หลังจากนั้น MLR-1 = 6.25% K3 ปีที่ 1 = 4.50% ปีที่ 2-3 = 4.75% หลังจากนั้น MLR-1 = 6.25% S2 ปีที่ 1 MRR-5.75 = 2.00% หลังจากนั้น MRR-1.5 = 6.25% (เท่ากับแบบ K1) S4 เดือนที่ 1-6 = 0% เดือนที่ 7-12 = MRR-3.75 = 4.00% หลังจากนั้น MRR-1.5 = 6.25%
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
คำนวณ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ 1. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยลด (เหมือนธนาคาร) 2. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยไม่ลด (Flat Rate) โดยทั้ง 2 วิธี มีการคำนวณการจ่ายเงินกู้แบบต่างๆ ดังนี้ คือ จ่ายขั้นต่ำ, จ่ายรายเดือนคงที่ทุกเดือนจนกว่าจะชำระหมด โดยคำนวณตั้งแต่จ่ายเดือนละ 15000 17500 20000 22500 25000 27500 30000 35000 40000
ผลออกมาดังนี้ 1. หากคำนวณ โดย วิธี ลดต้น ลดดอก - ถ้าจ่ายขั้นต่ำตลอด วิธีที่เราเสียเงินน้อยสุดคือ K3, S4, K1(S2), K2 - ถ้าจ่ายคงที่ทุกเดือน เดือนละ 15000 วิธีที่เราเสียเงินน้อยสุดคือ K3, S4, K1(S2), K2 - ถ้าจ่ายคงที่ทุกเดือน เดือนละ 17500 - 40000 วิธีที่เราเสียเงินน้อยสุดคือ S4, K1(S2), K3, K2 2. หากคำนวณ โดย ลดต้น ดอกไม่ลด ไม่ว่าจะจ่ายแบบใด ขั้นต่ำหรือ คงที่ตั้งแต่ 15000 ขึ้นไป วิธีที่เราเสียเงินน้อยสุดคือ K3 ส่วน S4, K1(S2) และ K2 นั้น จ่ายทั้งต้นและดอก เท่ากันทุกบาททุกสตางค์เลยครับ (ไม่น่าเชื่อ)
ปล. กว่าจะคำนวณได้ทุกแบบ ปาไป เกือบ สองชั่วโมงเลย.. เหนื่อยดี อิอิ....
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ โปรแกรมคำนวณดอกเบี้ย ของ คุณอนุพงษ์ ปานะวิภาต มา ณ โอกาสนี้ครับ ใครสนใจโปรแกรม โหลดได้จากเวป thaiware.com นะครับ พอดีฝาก link ไม่เป็นครับ..
|
|

 Rank: Advanced Member Groups: Life @ Ratchada Moderator
Joined: 29/10/2006 Posts: 1,640 Location: Life@Ratchada, LPN Rama9, Le Luk
|
โอโห!! ตรบมือให้เลยครับ ละเอียดดีจริงๆ เสร็จซะเกือบตี2เลยนะคุณหมอ
เพิ่มข้อมูลให้อีกหน่อยเผื่อคนชอบเสี่ยง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2371 02 พ.ย. - 05 พ.ย. 2551 ดบ.นโยบาย 'ขาลง' แบงก์ยื้อ 'ลง' ดอกกู้ อ้างปัจจัยสภาพคล่อง ท่ามกลางการปรับตัวของประเทศทั่วโลก เพื่อป้องกันผลกระทบจากวิกฤติการเงิน 2008 ซึ่งส่วนใหญ่หันกลับมาให้ความสำคัญต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ด้วยการใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุล และดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายโดย 'ลดอัตราดอกเบี้ย' ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น รวมทั้งอีกหลายประเทศ กำลังเดินเข้าสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจ (Recession)
กรณีของประเทศไทย แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะประมาณการจีดีพีปี 2552 ไว้ที่ 3.8-5.0% โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำที่สุดในไตรมาสแรกของปีหน้า แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารแบงก์ชาติ 'ดร.อมรา ศรีพยัคฆ์' ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศว่า "ไม่มีสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย" เพราะจีดีพีของไทยเทียบไตรมาสต่อไตรมาสยังโตได้มากกว่า 1% ( ขณะที่ความหมายของ 'เศรษฐกิจถดถอย' จะดูจากจีดีพีไตรมาสต่อไตรมาสที่ติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส)
****ลดดบ.นโยบาย3ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกนำมาใช้ในขณะนี้ ดำเนินการผ่านนโยบายการคลัง ซึ่ง 'ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเร่งเครื่องยนต์ตัว G หรือการใช้จ่ายของรัฐบาล ประกอบด้วย การเพิ่มขาดดุลงบประมาณปี 2552 อีก 100,000 ล้านบาท หรือขาดดุลเพิ่มจาก 249,000 ล้านบาท เป็น 349,000 ล้านบาท ,ต่อยอดโครงการประชานิยม 3 โครงการหลัก คือ กองทุนหมู่บ้าน เอสเอ็มแอล และ โครงการโอท็อป (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) รวมทั้งเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์)
ยังรออีกด้านหนึ่ง คือ การดำเนินนโยบายการเงิน ด้วยการ 'ลดอัตราดอกเบี้ย' ขึ้นกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 3 ธันวาคม 2551 จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1วัน (อาร์/พี) จากระดับ 3.75 % ลงหรือไม่ ในขณะที่คาดการณ์ของตลาดเชื่อว่า กนง.จะปรับลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ เพียงแต่ต้องลุ้นว่าจะลง 0.25% ไปอยู่ที่ 3.50% หรือลง 0.50% ไปอยู่ที่ 3.25% ซึ่งแรงหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ มาจากความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของราคาหรืออัตราเงินเฟ้อลดลงแล้ว เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2551 อยู่ที่ 6.0 % ลดจากระดับ 6.4% ในเดือนสิงหาคมและสูงสุดในปีนี้ที่ 9.2 % ในเดือนกรกฎาคม 2551
เป็นที่คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเดือนตุลาคม 2551 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะประกาศในวันเดียวกับการประชุมกนง. (3 ธ.ค.) จะปรับลดลงต่ำกว่า 6.00 %ได้ เพราะไม่มีแรงกดดันจากราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับที่ ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางส่วนใหญ่ให้น้ำหนักต่อการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้น และดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยในทิศทางเดียวกัน คือ 'ปรับลดลง' เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ) ซึ่งล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจาก 1.50% เหลือ 1.00% ไปเมื่อ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา หรือ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีจาก 0.50% มาอยู่ที่ 0.30%
แต่หากมองระยะยาวถึงแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดปี 2552 นั้น ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่ามีโอกาสปรับลดลงได้อีก 0.50-1.00% เช่น บริษัทหลักทรัพย์นครหลวงไทย จำกัด คาดลงได้ 0.50-1.00% ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)
คาดทั้งปี 2552 อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดเหลือ 3.00% เป็นต้น
****แบงก์ยื้อลงดบ.เงินกู้
อัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ 'ขาลง' เป็นคำถามต่อไปถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในระบบจะปรับลดลงตามหรือไม่
โดยหากดูเงื่อนไขของการปรับ 'ลด'อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น
เนื่องจาก 1. ต้นทุนระดมเงินฝากของแบงก์พาณิชย์ยังไม่ได้ลดลง 2. สภาพคล่องในระบบธนาคารสูง แต่แบงก์ระวังปล่อยกู้เพราะกลัวเอ็นพีแอล ทำให้ไม่จำเป็นต้องตัดราคากัน (ไม่ต้องแข่งขันกันลดอัตราดอกเบี้ย) 3. ต้นทุนการกู้สูงขึ้นตามความเสี่ยงของผู้กู้ในภาวะวิกฤติการเงินโลก
ท่าทีของนายธนาคารไทย 'ประสาร ไตรรัตน์วรกุล' กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เห็นว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน (อัตราดอกเบี้ยนโยบาย) มีโอกาสอ่อนตัวลง แต่ถ้าเป็นอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ยืมหรือดอกเบี้ยสินเชื่อ ยังต้องระวังในตลาดเครดิต เพราะตอนนี้มีความเสี่ยงสูง อัตราดอกเบี้ยอาจไม่ลดลง หรือขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของผู้กู้
ขณะที่ 'สุวรรณ แทนสถิต' กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความเห็นว่า ตอนนี้แม้แต่ลูกหนี้ดีแต่ละธนาคารก็ยังคิดอัตราดอกเบี้ยที่แพงขึ้น โดยเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เริ่มปรับขึ้น เพราะธนาคารบวกปัจจัยความเสี่ยงจากการที่มีภาคธุรกิจเข้ามากู้เงินเพิ่มขึ้น
หรือแม้แต่ 'ธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล' กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ที่เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยของแบงก์จะทรงตัวอยู่ได้ เพราะขณะนี้ไม่ได้มีแรงกดดันด้านสภาพคล่อง
****นักวิชาการจี้แบงก์ลงดบ.กู้
แต่นักวิชาการส่วนใหญ่กลับเห็นว่าแบงก์พาณิชย์ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ซึ่ง 'ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์' อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน) ให้ความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันที่ 7-8% เป็นอัตราที่สูงมาก เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อได้ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าน่าจะเริ่มเห็นธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง
"คนไม่ลงทุน ไม่ใช้จ่าย ขายของไม่ออก เศรษฐกิจแย่ ทำให้อัตราการให้สินเชื่อของแบงก์พาณิชย์แผ่วลง และอัตราเงินเฟ้อไม่ได้รุนแรงแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ธนาคารพาณิชย์จะคงที่หรือขยับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้"
ขณะที่ 'ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์' นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า คาดว่าภายในปี 2551 จะเห็นธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% จากระดับปัจจุบันที่ 7-8% และปรับลดได้อีก 0.50% ในปี 2552 แต่การปรับลดจะอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าและช้ากว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติ
อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงส่วนที่จะเข้าเสริมความมั่นใจให้แก่นักลงทุนเท่านั้น ปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน ขึ้นกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ หากรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศให้ฟื้นตัวได้ ความต้องการสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค และการลงทุนก็จะเพิ่มขึ้น
สอดรับกับความเห็นของ 'ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์' คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองไม่ต่างจากนักวิชาการอีก 2 ท่านข้างต้นว่า ดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยของสถาบันการเงินจะเป็นช่วงขาลง เพียงแต่ความกังวลต่อวิกฤติการเงินโลกที่ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด ทำให้ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจเพื่อป้องกันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จึงอาจจะไม่เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงในระยะสั้นๆนี้ หรือภายในปี 2551
"เป็นเรื่องปกติในช่วงเศรษฐกิจขาลง ความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิต เมื่อภาคธุรกิจในบางกลุ่มมีความเสี่ยง รายได้ของประชาชนปรับลดลง คุณภาพผู้กู้ก็จะปรับลดลงตามไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้แบงก์พาณิชย์ก็จะไม่กล้าปล่อยกู้ในระดับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพราะกลัวหนี้เสีย"
ถึงแม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กำลังเข้าสู่แนวโน้มขาลงแล้วเพื่อดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) แต่ลูกค้าเงินกู้แบงก์ทั้งหลาย คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่จะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงตาม ที่มา http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T1423711&issue=2371
|
|

 Rank: Advanced Member Groups: Life @ Ratchada Moderator
Joined: 29/10/2006 Posts: 1,640 Location: Life@Ratchada, LPN Rama9, Le Luk
|
เลือกKbank โปรแกรม2ไว้ จ๊ากก!! เลือกผิด ได้คะแนนบ๊วยเลยทั้งจ่ายมากจ่ายน้อย พรุ่งนี้จะโทรไปเปลี่ยนเป็นKbank โปรแกรม3 ถึงจะคุ้มสุด สำหรับการจ่ายน้อยจ่ายนานแบบผม
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
เอาตัวอย่างที่ผมมาให้ดูนะครับ คำนวณใช้ เงินกู้ 1,900.000
1. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยลด (เหมือนธนาคาร) - จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2) จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,422,886.73 บาท จ่าย 274 เดือน K2 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,434,684.00 บาท จ่าย 275 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,412,452.59 บาท จ่าย 273 เดือน S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,419,807.94 บาท จ่าย 273 เดือน
- จ่าย 15000 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2) จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,898,615.66 บาท จ่าย 194 เดือน K2 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,907,895.64 บาท จ่าย 194 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,895,165.32 บาท จ่าย 194 เดือน S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,896,192.49 บาท จ่าย 194 เดือน
- จ่าย 17500 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2) จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,639,421.37 บาท จ่าย 152 เดือน K2 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,648,084.83 บาท จ่าย 152 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,639,473.03 บาท จ่าย 151 เดือน S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,637,171.32 บาท จ่าย 151 เดือน
- จ่าย 30000 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2) จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,204,772.01 บาท จ่าย 74 เดือน K2 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,214,622.94 บาท จ่าย 74 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,214,228.93 บาท จ่าย 74 เดือน S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,202,218.18 บาท จ่าย 74 เดือน
2. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยไม่ลด (Flat Rate)
- จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2), K2 และ S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 4,550,500 บาท จ่าย 276 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 4,533,480 บาท จ่าย 275 เดือน
- จ่าย 20000 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2), K2 และ S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,610,400 บาท จ่าย 181 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,593,375 บาท จ่าย 180 เดือน
- จ่าย 25000 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2), K2 และ S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 3,016,650 บาท จ่าย 121 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,999,625 บาท จ่าย 120 เดือน
- จ่าย 30000 ทุกเดือน จนต้นหมด K1(S2), K2 และ S4 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,719,771 บาท จ่าย 91 เดือน K3 จ่ายรวมต้นและดอกไป 2,712,646 บาท จ่าย 91 เดือน
ข้อสังเกต จำนวนเดือนที่ชำระหมด ไม่ว่าจะแบบไหน เท่ากันเกือบหมดครับ ส่วนต่างของเงินที่ชำระ ตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักหมื่นครับ.. จะว่าเกือบใกล้เคียงกันก็ได้เลยนะครับ ธนาคารที่ออกโปรมา คงคำนวณ แต่ละแบบเกือบเท่ากัน ต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แหละครับ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
Never knOw Till lovE wrote:โอโห!! ตรบมือให้เลยครับ ละเอียดดีจริงๆ เสร็จซะเกือบตี2เลยนะคุณหมอ
ขอบคุณครับ ตอนแรกจะทำที่ทำงาน แต่วันนี้ คนไข้เยอะมาก ขนาดข้าวเที่ยง ยังไม่ได้กิน เพิ่ง กินตอน สองทุ่มอ่ะครับ คำนวณยากนิดหน่อย เลย นานเลยอ่ะครับ พอดี คำนวณดูเองด้วย เลยเอามาบอกให้ ทราบโดยทั่วกันครับ ควรมีโปรแกรมมาติดเครื่องไว้ก็ดีนะครับ เพราะ บอกหมดเลยครับว่าแต่ละงวดที่เราจ่ายไป จ่ายเงินต้นไปเท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เหลือเงินต้นเท่าไหร่ เพราะเรากรอกที่ละเดือนเลยครับ ว่า จ่ายเดือนไหนเท่าไหร่ โปะเงินไป ลดเงินต้นไปเท่าไหร่ จะได้เอาไว้ดู ทุกเดือนที่เราจ่ายแบงได้เลยครับ ว่าเป็นยังไงครับ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
ลืมบอกไปครับว่า ถ้าแนวโน้มดอกเบี้ยลด โปร S2 จะน่าสนยิ่งขึ้น เพราะ ปีแรก MRR-5.75 ถ้าดอกเบี้ยปีหน้าลดลง 0.25 - 0.5 ก็จะทำให้ ปีแรกของโปรนี้ ลง เหลือ 1.50 - 1.75 ซึ่งน่าสนมาก และจะคุ้มสำหรับ คนที่จะโปะเยอะๆ เรื่อยๆ ครับ ซึ่งน่าจะพอๆ กับ โปร S1 เดี๋ยว พรุ่งนี้จะลองคำนวณ แบบ S2 ลงเหลือ ซัก 1.75 เทียบ ให้ดู เพิ่มนะครับ...
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 02/11/2008 Posts: 348 Location: THAILAND
|
ขอเดานะคะ ว่าดอกเบี้ยน่าจะเป็นขาลงเนื่องจากเศรษฐกิจตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่า recession แล้ว ถ้าไม่ใช่ Depression
อย่างน้อยก้อในฟากฝั่งลุงแซมและยุโรป ซึ่งยังไงก้อกระทบเศรษฐกิจบ้านเราอยู่แล้ว
เวลาเกิด recession เนี่ย รัฐบาลมักจะลดดอกเบี้ยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้นน่ะค่ะ
ขอแอบฟันธงว่าดอกเบี้ยขาลง อิอิ
http://qinvestment.ning.com/profiles/blogs/2020084:BlogPost:7275
blog อันนี้ยังพูดถึงดอกเบี้ยที่ 0% เลยค่ะ อิอิ
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 02/11/2008 Posts: 348 Location: THAILAND
|
Ryutsuke wrote:คำนวณ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ 1. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยลด (เหมือนธนาคาร) 2. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยไม่ลด (Flat Rate)
เอ๊ะ แอบงง ขอถามเป็นความรู้หน่อยนะคะ ว่ากู้ซื้อบ้านเนี่ยมีแบบเป็น Flat rate ด้วยเหรอคะ นึกว่ามีแต่แบบลดต้นลดดอกอะค่ะ
รู้แต่ว่าถ้าเช่าซื้อรถยนต์จะเป็นแบบ Flat rate อะค่ะ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
PineTree wrote:Ryutsuke wrote:คำนวณ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ 1. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยลด (เหมือนธนาคาร) 2. คิดแบบ เงินต้นลด ดอกเบี้ยไม่ลด (Flat Rate)
 เอ๊ะ แอบงง ขอถามเป็นความรู้หน่อยนะคะ ว่ากู้ซื้อบ้านเนี่ยมีแบบเป็น Flat rate ด้วยเหรอคะ นึกว่ามีแต่แบบลดต้นลดดอกอะค่ะ รู้แต่ว่าถ้าเช่าซื้อรถยนต์จะเป็นแบบ Flat rate อะค่ะ
อ๋อ ถ้าบ้าน จะไม่มี Flat Rate ครับ ที่เอามาแสดง ให้ดู เพราะตอนแรก ผมคำนวณแบบ Flat Rate ง่ายต่อการคำนวณมากกว่า เพราะตอนแรกไม่รู้จะลดต้นเท่าไหร่ ดอกเท่าไหร่ แต่พอศึกษาข้อมูลเลยรู้วิธีคิดแบบ ลดต้นลดดอก ก็เลย เอาให้ดู ทั้งสองแบบครับ ถ้า กู้บ้าน จะลดต้นลดดอกอย่างเดียว ครับ..
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 02/11/2008 Posts: 348 Location: THAILAND
|
Ryutsuke wrote:
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ โปรแกรมคำนวณดอกเบี้ย ของ คุณอนุพงษ์ ปานะวิภาต มา ณ โอกาสนี้ครับ ใครสนใจโปรแกรม โหลดได้จากเวป thaiware.com นะครับ พอดีฝาก link ไม่เป็นครับ..
เอาลิงค์มาแปะค่ะ http://www.thaiware.com/main/info.php?id=3620
หรือ
http://www.thaiware.com/main/download.php?id=3620&mirror=0
ตะกี้หาใน www.thaiware.com ไม่เจอแฮะ แต่ไป google แล้วเจอค่ะ
|
|

 Rank: Advanced Member Groups: Life @ Ratchada Moderator
Joined: 29/10/2006 Posts: 1,640 Location: Life@Ratchada, LPN Rama9, Le Luk
|
Program คำนวนเงินกู้
มาตอบช้าไปคับ
ป.ล.ไปแอบดูSlide คุณต้นสนมา เหมือนไปเที่ยวรอบโลกเลย อิอิ
|
|
Rank: Guest Groups: Guest
|
ตามลิ้งนี้เลยครับคุณ pinetree http://www.thaiware.com/main/info.php?id=3620 ขอบคุณเวป Thaiware มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 02/11/2008 Posts: 348 Location: THAILAND
|
Never knOw Till lovE wrote:
พอดีถนัด Photoshop ค่ะ เอิ๊กๆ
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 02/11/2008 Posts: 348 Location: THAILAND
|
ขอบคุณค่า
|
|

 Rank: Member Groups: Member
Joined: 31/10/2006 Posts: 128 Location: bkk
|
น้องนัทละเอียดสุดยอดจริงๆ ว่าแต่ยินดีด้วยนะจ๊ะจะได้ตรวจรับห้องรอบแรกแล้ว ขอให้มีจุดแก้น้อยๆนะ จะได้เข้าอยู่ไวๆ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
um_ja wrote:น้องนัทละเอียดสุดยอดจริงๆ ว่าแต่ยินดีด้วยนะจ๊ะจะได้ตรวจรับห้องรอบแรกแล้ว ขอให้มีจุดแก้น้อยๆนะ จะได้เข้าอยู่ไวๆ ขอให้แก้ไขน้อยๆ ที่สุดเลย อยากย้ายเข้าเต็มที่แล้ว..555 ตอนนี้ แอบ เซ็ง SCB เมื่อไหร่ผลจะออกเพราะ สน ตัว MRR-5.75 อยู่ ถ้าช้าจะเซ็นให้ Kbank แล้ว เพราะไม่งั้น จะไม่ได้ปีแรก ลดลงอีก 0.25 อ่ะครับ...
|
|
Rank: Guest Groups: Guest
|
รบกวนถามหน่อยค่ะ พอดีเห็นอัตราดอกเบี้ยที่คุณลงไว้น่าสนใจ แต่ทำไมไปติดต่อแบงค์ ไม่เห็นมีเรยน่ะคะ
Ryutsuke wrote:จาก ที่ผมเคยโพสไว้ อัตราดอกเบี้ย ดังนี้นะครับ(เอามาย้อนให้ดู เผื่อคนที่ยังไม่ได้อ่านนะครับ)
SCB มีให้เลือก 4 แบบ แต่ละเดือนจ่ายเกินสองเท่าได้ โปะเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามปิดก่อน 3 ปี (MRR 7.75) 1. คงที่ ปีที่ 1 2.25 ปีต่อไป MRR-1.5 2. ลอยตัวปีที่ 1 MRR-5.75 (ถ้าตอนนี้ก็ 2.00) ปีต่อไป MRR-1.5 3. ลอยตัวปีที่ 1-2 MRR-3 (ถ้าตอนนี้ก็ 4.75) ปีต่อไป MRR-1.5 4. 6 เดือนแรก 0 เดือนที่ 7-12 MRR-3.75(ถ้าตอนนี้ก็ 4) ปีต่อไป MRR-1.5
Kbank มีให้เลือก 6 แบบ จ่ายเกินสองเท่าได้ ในแต่ละเดือน โปะเท่าไหร่ก็ได้ ปิดก่อน 3 ปีได้ครับ (MLR 7.25) 1. คงที่ 1 ปี 2.25 หลังจากนั้น MLR-1 2. คงที่ 2 ปี 4.25 หลังจากนั้น MLR-1 3. คงที่ 3 ปี 4.75 หลังจากนั้น MLR-1 4. ลอยตัวปีที่ 1 MLR-4.5 (ถ้าตอนนี้ก็ 2.75)หลังจากนั้น MLR-1 5. ลอยตัวปีที่ 1-2 MLR-2.5 (ถ้าตอนนี้ก็ 4.75)หลังจากนั้น MLR-1 6. ลอยตัวปีที่ 1-3 MLR-2 (ถ้าตอนนี้ก็ 5.25)หลังจากนั้น MLR-1 แต่เดี๋ยวก่อน ทุกแบบจะลดลงอีก 0.25 ในปีแรก ย้ำปีแรกเท่านั้นทุกแบบ ถ้าก่อน 30 พย ครับ
|
|
 Rank: Member Groups: Member
Joined: 26/09/2008 Posts: 364
|
Guest wrote:รบกวนถามหน่อยค่ะ พอดีเห็นอัตราดอกเบี้ยที่คุณลงไว้น่าสนใจ แต่ทำไมไปติดต่อแบงค์ ไม่เห็นมีเรยน่ะคะ
เป็นอัตราดอกเบี้ย พิเศษ เฉพาะ โครงการครับ.... ถ้าเป็น โครงการอื่ นจะ คนละอัตราครับ
|
|