Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Other Real Estate Related - อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง » Real Estate & Property News » วิกฤตการเงินโลก-การเมืองพ่นพิษ จัดสรรปรับแผน รับมือความเสี่ยง

วิกฤตการเงินโลก-การเมืองพ่นพิษ จัดสรรปรับแผน รับมือความเสี่ยง Options
นายประกาศ
Posted: Thursday, October 30, 2008 12:00:03 AM

Rank: Administration
Groups: Prakard Moderator

Joined: 07/03/2006
Posts: 4,924
ผลพวงจากพิษวิกฤตซับไพรม์ที่เริ่มลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลต่อแผนการลงทุนใหม่ของดีเวลลอปเปอร์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีเวลลอปเปอร์ที่ต้องพึ่งพาทุนนอกอย่าง “อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์” ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่มไพร์มเมอริกา เรียลเอสเตท อินเวสเตอร์ เครือข่ายของพรูเดนเชียล ไฟแนนเชียล อิงค์ กองทุนยักษ์ใหญ่ติดดอันดับท็อปไฟว์ของอเมริกา และ “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ที่ร่วมทุนกับกลุ่มเอไอจี โกลบอล เรียลเอสเตท ซึ่งรายหลังเป็นดีเวลลอปเปอร์ที่เน้นตลาดไฮเอนด์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 50% ซึ่งทั้งสองบริษัทถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมีพาร์ทเนอร์เป็นกลุ่มทุนจากอเมริกา แหล่งของต้นตอวิกฤตการเงินครั้งใหญ่นี้ด้วยกันทั้งคู่

นอกจากนี้ในระยะหลังภาวะการเมืองไทยเริ่มรุนแรงและยืดเยื้อขึ้น ทำให้สถานการณ์ในภาพรวม และความเชื่อมั่นของตลาดดูไม่ดีนัก เพื่อความอยู่รอด ดีเวลลอปเปอร์จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เปลี่ยนมาประเมินสถานการณ์แบบ “วันต่อวัน” ปรับแผนให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงอนันดาฯ จับตาสถานการณ์ ชะลอผุดโครงการใหม่

สถานการณ์ที่พลิกผันทำให้ภาพการลงทุนของอนันดาฯ ต่อจากนี้จะต้องแผ่วลงกว่าเดิม จากช่วงที่ผ่านมาที่เคยเป็นไปแบบ Aggressive เพราะมีเงินทุนหนาเต็มหน้าตัก เพราะชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แสดงความกังวลว่า “สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น มีบางธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อโครงการแล้ว ส่งผลกระทบต่อการลงทุนโครงการใหม่ ซึ่งพันธมิตรของเราก็กังวลว่า หากรุนแรงถึงขั้นไม่มีแบงก์ไหนกล้าปล่อยเลย เขาก็คงหยุดนำเงินเข้ามาลงทุนในไทย เปลี่ยนไปลงทุนในประเทศอื่นแทน แม้เราจะมีอีกทางเลือก คือ ใช้ทุนตัวเองทั้งหมดโดยไม่ต้องกู้ เราก็คงไม่ทำ เพราะจะทำให้โอกาสในการกระจายการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับพันธมิตรมีน้อยลง”

ชานนท์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ผลกระทบระยะสั้นจากความตื่นตระหนกของสถาบันการเงินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารก็ต้องกลับมาปล่อยสินเชื่อในที่สุด เพราะเป็นแหล่งรายได้หลัก คาดว่าในไตรมาส 4 ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า หลายรายจะชะลอการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนอนันดาฯ ก็ยังมีการเจรจากับพาร์ทเนอร์รายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนด้านเงินทุน

สถานการณ์ที่ผันผวนจนกระทบต่อความเชื่อมั่น ทำให้ปีนี้ถึงปีหน้าอนันดาฯ ปรับแผนพัฒนาโครงการ IDEO ภายใต้บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู เพียง 14 โครงการเท่านั้น จากแผนเดิมที่จะเปิดตัว 18 โครงการ โดยจะรอดูสถานการณ์ก่อนเปิดตัว 4 โครงการที่เหลือ ซึ่งในปีหน้าสนใจที่จะเข้าไปซื้อโครงการที่สร้างค้างหรือมีปัญหามาพัฒนาต่อ เน้นโครงการขนาดเล็ก สามารถพัฒนาและคืนทุนได้เร็ว อาศัยความได้เปรียบของอนันดาฯ ที่มีเงินทุนพร้อม และเป็นเงินทุนต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ในส่วนของคอนโดมิเนียมที่จะสร้างเสร็จในอนาคต บริษัทจะเก็บยูนิตส่วนหนึ่งในแต่ละโครงการไว้ปล่อยเช่า โดยขายเข้ากองทุน เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับผลตอบแทนจากการเช่า และเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการระดมทุนด้วย

ด้านกลยุทธ์ทางการตลาดในระยะสั้น อนันดาฯ จะเน้นการทำ CRM สร้างความใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า มากกว่าการหว่านงบการตลาดแบบแมสเช่นที่ผ่านมา ที่มีการเปิดตัว IDEO พร้อมกันในหลายทำเล

เมเจอร์ฯ เน้นซีบีดี ลดเสี่ยง

เมื่อเกิดวิกฤตซับไพรม์ก็ทำให้เมเจอร์ฯ ต้องเจอกับศึก 2 ด้าน ทั้งพันธมิตรในบริษัท เอ็มเจเอไอ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ร่วมทุนกับเอไอจี โกลบอล เรียลเอสเตท ในกลุ่มเอไอจี ซึ่งเข้าข่ายความเสี่ยง เพราะบริษัทแม่มีปัญหาทางการเงิน อาจจะกระทบทำให้สภาพคล่องที่จะอัดฉีดเม็ดเงินทุนเพิ่มเข้ามาน้อยลงกว่าเดิม รวมทั้งการเน้นตลาดไฮเอนด์ที่กำลังซื้อส่วนหนึ่งผูกกับตลาดต่างประเทศ และส่วนหนึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ จากสถานการณ์นี้อาจทำให้ต้องหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้นอีก

ปัจจัยดังกล่าวทำให้เมเจอร์ฯ ต้องประเมินสถานการณ์เพื่อการลงทุนในปีหน้าอย่างระมัดระวังมากขึ้น ชะลอการนำแลนด์แบงก์ที่มีอยู่ เช่น สนามบินน้ำ และพัทยา เฟส 2 หันมาเน้นการลงทุนในทำเลย่านซีบีดีเป็นหลักแทน เพราะแม้ตลาดจะแย่ลง แต่มีความเสี่ยงในการขายต่ำกว่าทำเลรอบนอก หรือเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพิงกับตลาดต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

สุริยน พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MJD) กล่าวว่า “สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจ ต้องดูสถานการณ์แบบวันต่อวัน ปีหน้าต้องระมัดระวัง รอบคอบในการขยายงาน แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายกว่านี้ กลุ่มลูกค้ายังคงมีกำลังซื้อ แต่ความมั่นใจอาจหายไปบ้าง ซึ่งแผนการลงทุนในปีหน้า จะเน้นโครงการขนาดไม่ใหญ่ ในทำเลที่มั่นใจจริงๆ โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ทองหล่อ 10, สีลม และพญาไท มูลค่าโครงการรวม 3,000 ล้านบาท ราคาขาย 100,000 บาท ต่อ ตร.ม. ขึ้นไป”

สุริยนกล่าวว่า 2 โครงการในปีหน้าได้เซ็นสัญญาสินเชื่อโครงการกับธนาคารทิสโก้แล้ว ทั้งนี้ในอนาคตไม่กังวลเรื่องสภาพคล่องในการลงทุน เนื่องจากเป็นลูกค้าเก่าของธนาคาร แม้ปัจจุบันบริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนค่อนข้างสูงอยู่ที่ 2:1 แต่ในปีนี้จะมีการรับรู้รายได้จากหลายโครงการ ซึ่งจะทำให้ภาระหนี้ลดลง โดยในครึ่งปีแรกมียอดขาย 3,000 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 3,690 ล้านบาท ไตรมาส 3 คาดว่าจะรับรู้รายได้ 600-700 ล้านบาท

นอกจากนี้วิกฤตการเงินโลกและการเมืองไทยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ยังมีผลพวงกระทบไปถึงราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในหมวดอสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาที่ดัชนีตลาดตกลงตามราคาหุ้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดีเวลลอปเปอร์บางราย เช่น ศุภาลัย, แอล.พี.เอ็นฯ, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ต้องรีบเข้าไปซื้อหุ้นของตัวเองคืน เพื่อพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำไปมากกว่านี้ ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้เม็ดเงินที่ดีเวลลอปเปอร์นำไปใช้ซื้อหุ้นคืน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเงินทุนที่ถูกวางไว้สำหรับใช้ลงทุนโครงการใหม่ เมื่อกระแสเงินสดลดลง อาจกระทบทำให้ภาพรวมการลงทุนโครงการใหม่ในปีหน้าถึงคราวต้องชะลอตัวตามไปด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ (27 ตุลาคม 2551)
Forum Jump
You can post new topics in this forum.
You can reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.