Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Other Real Estate Related - อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง » Feng Shui » ฮวงจุ้ยบ้าน...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ฮวงจุ้ยบ้าน...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ Options
unaoei
Posted: Monday, September 20, 2010 1:02:05 PM


Rank: Member
Groups: Member

Joined: 21/07/2010
Posts: 174
Location: บ้านพฤกษา 48
ฮวงจุ้ยบ้าน...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

• อย่านำพระที่มีรอยร้าว หรือหักไว้ที่บ้าน หรือแม้แต่นำมาบูชาต่อ เพราะคนที่อยู่ในบ้านจะมีแต่เรื่องราว ให้นำไปไว้ที่วัด หรือที่ที่ชาวบ้านเขานำของแตกหักเสียหายมาวาง


• ในห้องนอนห้ามมีเหลี่ยมมุมของเสาอยู่ เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งไม่ดี ผู้ที่นอนจะฝันร้าย จะเจอะเจอแต่สิ่งไม่ดีให้แก้โดยนำต้นไม้มาวางบริเวณมุมของห้อง อาจใช้ต้นไม้พลาสติกแทนได้ เพราะถ้าใช้ต้นไม้จริง เวลากลางคืนที่ต้นไม้คลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ก็จะเกิดผลเสียต่อผู้นอนเช่นกัน


• ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านคุณมีหน้าต่างอยู่หรือไม่ เพราะถ้ามีตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง
• บ้านเดี่ยวที่มีประตูบ้านหันไปทางทิศใต้ และมีห้องรับแขกอยู่ทิศตะวันตก ห้องนั่งแล่นอยู่ทางทิศตะวันออกเชื่อว่าจะเป็นบ้านที่มีสิริมงคล
ฮวงจุ้ยบ้าน......ไม่เชื่ออย่าลบหลู่


คำว่าฮวงจุ้ย(Feng Shui)หรือเฟิงสุ่ยนี้เป็นศาสตร์อันลึกล้ำและหลักปรัชญาอันลี้ลับของชาวจีน การปฎิบัติตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นสิ่งดีต่อบ้านของคุณ ทำไปก็ไม่เสียหลาย แต่อย่าให้มากซะจนเสียสติก็แล้วกัน ลองมาดูหลักปฎิบัติตามหลักฮวงจุ้ยสำหรับบ้านกันดีกว่า ว่าทำอย่างไรแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ครอบครัวเป็นสุข


• ประตูเข้าบ้านไม่ควรสร้างเป็นรูปตัวที หรือไม่ควรให้ประตูเข้าบ้านอยู่ตรงทางสามแพร่งนั่นเอง เพราะจะทำให้ผู้อยู่ อาศัยประสบโชคร้ายเสมอ


• ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่บังหน้าบ้านและไม่ควรมีต้นไม้ที่ตายแล้วอยู่หน้าบ้านเพราะเชื่อว่าอาจเป็นสื่อพลังร้าย

• เวลาสร้างประตูบ้าน ไม่ควรให้ต้นเสาติดกับประตูเพราะจะทำให้คนในบ้านมีโรคภัยไข้เจ็บ

• หากต้องการต่อเติมหน้าต่างหรือประตู ไม่ควรเอาไว้ทางทิศใต้ หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ทำกันสาดหรือชายคาด้วย เพราะเชื่อว่าคนในบ้านจะมีปากเสียงกันง่าย หรือถึงขั้นอย่าร้างกัน


• หากต้องการเพิ่มพูนโชคลาภก็ให้นำบ่อน้ำมาวาง หากประตูทางเข้าอยู่ด้านซ้ายให้นำบ่อน้ำวางด้านขวา ถ้าประตูทางเข้าอยู่ด้านขวาก็ให้วางด้านซ้าย ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าน้ำเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนโชคลาภ อ้อ! บ่อน้ำที่นำมาวางขอให้เป็นบ่อน้ำพุ หรือมีปลาว่ายไปมา ห้ามปล่อยให้บ่อน้ำหยุดนิ่ง ไม่มีการไหลเวียน เพราะจะทำให้โชคลาภ ห่างหายและหยุดนิ่งเช่นกัน


เรื่อง ห้องพระ...จัดดีเป็นมงคลกับบ้าน
โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์




ห้องพระ เป็นอีกห้องหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณากัน ถ้าบ้านหลังนั้นกำหนดให้มีห้องพระ บางบ้านอาจจะไม่มีห้องพระก็ได้ อาจทำแค่หิ้งพระเล็กๆ แทน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก
การกำหนดห้องพระให้อยู่ส่วนไหนของบ้านนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่หลายประการทีเดียว แต่ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า เรื่องห้องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจใช้หลักเหตุผลอย่างเดียวมาวิเคราะห์ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่หาคำอธิบายได้ยาก

1. ห้องพระวางชั้นบนดีกว่าชั้นล่าง การกำหนดผังบ้าน พยายามเลือกวาง
ห้องพระเอาไว้ชั้นบนสุด ไม่ว่าบ้านจะกี่ชั้นก็ตาม เพราะพระเป็นของสูง เป็นที่สักการบูชา การวางต่ำกว่าคนในบ้าน ย่อมไม่เป็นมงคลแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะวางห้องพระชั้นล่างไม่ได้ เพียงแต่ว่า การวางห้องพระชั้นล่าง จะมีข้อจำกัดมากมาย และการหาตำแหน่งในการวางห้องพระค่อนข้างจะยาก เพราะชั้นล่าง จะเต็มไปด้วยห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องส้วม
นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาห้องที่อยู่ชั้นบนอีกด้วยว่า ห้องชั้นบนที่ตรงกับห้อง
พระชั้นล่าง เป็นห้องอะไร ถ้าเป็นห้องส้วม ห้องนอน ก็จะห้ามเอาไว้อีก บ้านที่เอาห้องพระไว้ชั้นล่าง ชั้นบนที่ตรงกับห้องพระจะต้องเป็นห้องว่าง ที่ไม่มีคนอยู่ถึงจะใช้ได้

ห้องนอนตรงกับห้องพระชั้นล่าง ถ้าพระตรงกับเตียงถือเป็นข้อห้าม
2. ห้องพระห้ามติดกับห้องส้วม เหตุผลในเชิงฮวงจุ้ยบอกว่า ห้องส้วมเป็นธาตุน้ำ ห้องพระเป็นธาตุไฟ ตามกฎเบญจธาตุ ( 5 ธาตุ) ธาตุน้ำพิฆาตธาตุไฟ

ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางห้องพระติดกับห้องส้วม ควรหาตู้มาพิงผนังห้องส้วม แล้วหันพระไปทางอื่นที่ไม่ตรงกับห้องส้วม
บ้านที่เอาห้องพระวางติดกับห้องส้วม ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจะเสื่อม เพราะถูกพลังของธาตุน้ำ บั่นทอน นั่นเอง เพราะฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงวางห้องพระติดกับห้องส้วม ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางติดกัน ก็ไม่ควรวางองค์พระพิงผนังห้องส้วม และหาตู้มาพิงด้านที่เป็นกำแพงห้องส้วมเอาไว้ ก็จะถือว่าใช้ได้

3. ห้องพระต้องอยู่ในทำเลที่สงบ ลองพิจารณาดูพื้นที่บ้านสิว่า มีมุม
ไหนที่ไม่พลุกพล่าน เป็นมุมสงบบ้าง ห้องพระต้องการความสงบนิ่ง ไม่ใช่อยู่ในตำแหน่งที่วุ่นวาย เช่น ติดกับห้องเอนเตอร์เทน ที่มีเสียงดังจากทีวี วิทยุ ห้องครัว ซึ่งนอกจากมีเสียงทำกับข้าวแล้ว ยังมีกลิ่นมารบกวนความสงบอีกด้วย ห้องรับแขก ที่มีเสียงคุยกัน เพราะฉะนั้น การเลือกวางห้องพระเอาไว้ชั้นบน น่าจะหามุมสงบได้ง่ายกว่า เพราะจะมีแต่ห้องนอนเป็นส่วนใหญ่

4. ห้องพระติดห้องนอน ต้องระวังเรื่องการวางเตียง กรณีที่วาง
ตำแหน่งห้องพระติดกับห้องนอน จะต้องพิจารณาเรื่องการวางเตียงนอน เป็นประเด็นสำคัญ

ห้ามวางเตียงในลักษณะหันปลายเท้าไปที่ห้องพระ เพราะถือเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ตำแหน่งเตียงนอน ควรวางในลักษณะที่ขวางกับห้องพระ ห้ามวางเอาปลาย เตียงหันไปที่ห้องพระ เพราะคนนอนจะเอาเท้าหันไปที่ห้องพระ ซึ่งถือว่าไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคลกับคนที่นอน
กรณีที่เอาหัวเตียงไปที่ห้องพระ ต้องพิจารณาว่า ถ้าตำแหน่งขององค์พระหรือ
โต๊ะหมู่บูชาไม่ติดกับหัวเตียง ก็สามารถวางได้ แต่ถ้าติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่าย นอนไม่ค่อยหลับ

5. ห้องพระห้ามต่ำกว่าห้องอื่น กรณีที่เป็นบ้านเล่นระดับ ห้องพระจะต้อง
เลือกวางในตำแหน่งที่สูงกว่าห้องอื่นๆ โดยเฉพาะห้องที่มีคนอยู่ เพราะโดยหลักแล้วคนห้ามนอนสูงกว่าพระ แต่ถ้าห้องที่สูงกว่าไม่มีคนอยู่ เช่น เป็นห้องว่าง ห้องเก็บของ ก็จะอนุโลมให้ทำห้องพระได้

"ห้องพระควรวางหน้าบ้านจริงหรือไม่"
ความจริงแล้วเรื่องการวางห้องพระหน้าบ้านหรือหลังบ้านนั้น ในตำราฮวงจุ้ยไม่ได้ระบุเอาไว้ชัดเจน เพียงแต่บอกว่า ตำแหน่งหน้าคือ "โชคลาภ" ตำแหน่งหลังคือ "บารมี" และจากประสบการณ์ที่ผมไปตระเวนดูบ้านมามากมาย ส่วนใหญ่ก็มักจะวางห้องพระไว้ส่วนด้านหลังมากกว่าด้านหน้าของบ้าน ซึ่งเหตุผลก็คงเป็นเรื่องของความนิ่งสงบมากกว่า บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างจะพลุกพล่าน แต่ถ้ามองตามหลักฮวงจุ้ย การวางห้องพระด้านหลังก็น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะด้านหลัง แทนความหมายของ "บารมี" นอกจากนี้ ด้านหลังตามหลักชัยภูมิก็มีสภาพเป็น "หยิน" คือ นิ่ง (หน้าเป็นหยางที่เคลื่อนไหว) ก็จะเป็นชัยภูมิที่ถูกต้อง
กฎเกณฑ์ในการวางตำแหน่งห้องพระในบ้าน ความจริงแล้วยังมีเรื่องของทิศและ
ตำแหน่งของดวงดาวที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วย แต่ผมว่า เอาชัยภูมิให้ได้เสียก่อน เพราะเรื่องทิศและเรื่องของดาวยังเป็นเรื่องรอง และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร ต้องวัดกันเป็นองศา คงต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยจะดีกว่า…
ห้องรับแขก เปรียบเสมือนหน้าตาของเจ้าของบ้าน ฐานะ ชื่อเสียง อุปนิสัย รสนิยม รวมถึงสังคมของผู้อยู่อาศัย ห้องรับแขกเป็นห้องโชว์ได้เกือบเต็มร้อย บางบ้านให้ความสำคัญกับห้องรับแขกมากด้วยตำแหน่งหน้าที่ฐานะการงาน และความมีน้ำใจไมตรีกับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนอย่างหลากหลาย

ยิ่งถ้าเป็นคฤหาสน์ของอภิมหาเศรษฐี หรือบ้านของเจ้าขุนมูลนาย ฯพณฯ รัฐมนตรี หรือนักธุรกิจระดับบริหาร ห้องรับแขกก็จะยิ่งมีความจำเป็นมากจนต้องเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ห้องรับรองหรือเรือนรับรองก็มี แสดงว่าบ้านนี้เป็นบ้านคนดังว่างั้นเถอะ

แล้วจะตั้งไว้ตรงไหนดี ?

ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ คุณต้องหาทำเลที่เหมาะด้วยตัวเองบ้างนะคะ อยากจะแนะนำด้วยว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยนี้มีพลังจริงๆ หากคุณจัดวางอะไรแล้วบังเกิดกระแสหมุนเวียนที่ดีได้ นั่นคือความสำเร็จและถูกต้อง วางตรงไหนแล้วเกิดผลดีก็อย่าไปขยับเคลื่อนย้าย วางตรงไหนแล้วเกิดผลร้าย เช่น มีเรื่องร้อนใจเสียเงิน หรือป่วยไข้ภายใน 7 วัน ต้องรีบเคลื่อนย้ายทันที เพราะที่ตรงนั้นไม่ถูกโฉลกกับสิ่งของที่ตั้งวางไว้ หากจะแนะนำ ควรเริ่มต้นวางที่ข้างประตูหรือมุมของห้องมุมใดมุมหนึ่งก็ได้

ห้องรับแขกอยู่ส่วนหน้าทางซ้ายมือของตัวบ้าน บุคคลที่มาหาล้วนเป็นคนมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย มีธุรกิจติดต่อ เรื่องเงินทองๆ หมุนเงินได้คล่อง
ห้องรับแขกอยู่ส่วนหน้าตรงกลางบ้าน บ้านนี้ต้อนรับแขกมีเกียรติมีชื่อเสียงทำงานในตำแหน่งใหญ่โต เจ้าของบ้านเป็นคนดัง ตำแหน่งนี้คือหงส์แดง มีอำนาจวาสนาและมีฐานะมั่นคง รับราชการได้เลื่อนขั้นบ่อยๆ


ห้องรับแขกอยู่ส่วนหน้าทางขวามือของบ้าน เหมาะแก่การทำธุรกิจติดต่อกับบุคคลทุกอาชีพเจ้าของบ้านใจดี มีมนุษย์สัมพันธ์ทำงานสื่อสาร สิ่งพิมพ์ หรือประชาสัมพันธ์ อาชีพที่ใช้คำพูด
ห้องรับแขกอยู่ส่วนกลาง ซ้ายมือของบ้าน ตำแหน่งของมังกรเขียว แขกมาเยี่ยมเยือนเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับวงญาติ การประกอบอาชีพมักจะรวมตัวกับครอบครัว หรือเครือญาติต่อสู้เพื่อลูกหลานบางรายชอบลุ้นเรื่องเงินๆทองๆ (นั่งเล่นไพ่)


ห้องรับแขกอยู่ส่วนกลางทางขวามือของบ้าน เป็นตำแหน่งเสือขาว อนาคตไม่เหงา ลูกหลานมีความสุขความเจริญ ลูกสาวบ้านนี้จะนำความสำเร็จมาให้ผู้ปกครองชื่นชมยินดี คนในบ้านชอบสิ่งลี้ลับ เหมาะแก่การทำสมาธิจิต และมีของศักดิ์สิทธิในบ้าน
ห้องรับแขกอยู่ส่วนหลังทางซ้ายมือของบ้าน เป็นบ้านแห่งความรู้ คนในบ้านรักเด็กและ:)เลี้ยง การปกครองเป็นสิ่งสำคัญ ลูกหลานว่านอนสอนง่ายเรียนเก่ง เหมาะกับอาชีพครูบาอาจารย์ นักประดิษฐ์ค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ล้ำยุค แขกไปมาหาสู่มักเป็นนักวิชาการ เป็นบุคคลที่มีความรู้


ห้องรับแขกอยู่ส่วนหลัง ตรงกลางของตัวบ้าน บ้านนี้ทำมาหากินเก่ง ใครอยู่บ้านนี้แล้วจะขยัน รู้จักการประกอบอาชีพ สู้แล้วรวยกับรวย เพราะตำแหน่งนี้คือเต่าดำ ค้าขายเก่ง อยู่เฉยไม่ได้
ห้องรับแขกอยู่ส่วนหลังทางขวามือของบ้าน หัวหน้าครอบครัวคือพ่อบ้านอย่างแท้จริงต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นตลอดกาล แขกมาบ้านนี้มักจะมาขอความช่วยเหลือ ปฏิเสธก็ไม่ได้ เลี่ยงไม่พ้น


ห้องรับแขกอยู่ตรงกลางบ้าน ต้องเป็นอาคารสถานที่ส่วนรวมองค์กร หรือสถานที่ราชการมากกว่าเป็นบ้านส่วนตัว ใครมีบ้านที่ห้องรับแขกอยู่เช่นนี้ต้องทำตัวเพื่อสังคมและครอบครัวขนานแท้ค่ะ

ทิศทางของห้องรับแขก โดยทั่วๆ ไป ควรจะอยู่ในส่วนของหน้าบ้าน บางตำราให้กำหนดอยู่ทางซ้ายของบ้านเมื่อผู้มาเยือนเข้าประตูหันหน้าเข้าบ้าน (หากหันหน้าออกประตูห้องนี้จะอยู่ขวามือ) แต่จะอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ ขอเพียงดูให้เหมาะสมและถูกใจผู้อาศัยก็พอแล้ว บางบ้านใช้ห้องอาหารเป็นห้องรับแขกก็ไม่ผิดที่ตรงไหน หากมีห้องรับแขกแล้วไม่เคยเปิดใช้นี่สิผิดปกติ นอกจากนี้ การใช้แผนที่ของอาคารตัวบ้านเป็นหลัก แบ่งส่วนหน้าบ้านคือจุดหน้าบ้าน หลังบ้านก็คือข้างหลังบ้าน ไม่ต้องใช้เข็มทิศมาจับว่าอยู่ทิศใด

ลักษณะภายในห้อง


การตกแต่งภายในห้อง

ความสำคัญอยู่ที่การจัดวางสิ่งของให้ถูกต้อง เกิดกระแสหมุนเวียนของลมและน้ำ (ฮวงจุ้ย) เพื่อให้เกิดพลังที่ดี ก่อให้เกิดโชคลาภมั่งมีศรีสุข และการจัดวางโซฟา ตู้ โต๊ะ อยู่ที่รสนิยมของแต่ละบ้าน เล็กๆน้อยๆ จากห้องรับแขก บ้านของคุณหรือบ้านของคนใกล้ชิด เคยสังเกตบ้างไหมว่าอยู่ตำแหน่งตรงไหนของตัวบ้านบ่งบอกอะไรเราได้ในบางเรื่องบางอย่าง เท็จจริงแค่ไหน ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองนะคะ ...

เรื่องของการจัดสวนภายในบ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบ้านในยุคนี้ เพราะสวน ได้กลายเป็นจุดเด่น เป็นหน้าตาของบ้าน แถมยังเป็นการเสริมฮวงจุ้ยบ้าน ให้ดีได้อีกด้วย
ตำราฮวงจุ้ยมีพูดถึงหลักในการจัดสวนเอาไว้ หลากหลายรูปแบบด้วยกัน และเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจไม่น้อย ปัจจุบันคนก็หันมานิยมจัดสวนแต่งบ้านกันอย่างจริงจัง บางบ้านหมด เงินไปกับเรื่องนี้มากโขทีเดียว ลองมาดูกันสิว่า ในทางฮวงจุ้ยพูด ถึงการจัดสวน เอาไว้อย่างไร
1. ตำแหน่งสวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก
การกำหนดพื้นที่สำหรับจัดสวนภายในบริเวณบ้าน ถือเป็นสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณา การที่ตำราระบุว่า สวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าทิศตะวันออกเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดในยามเช้า จะช่วยส่งเสริมต้นไม้ให้มีความงอกงามและเขียวสด เพราะเป็นแสงที่ไม่แรงจนเกินไป

ส่วนทางทิศตะวันออกถือว่าเหมาะสม เพราะต้นไม้จะได้รับแสงอาทิตย์ในยามเช้า
2. สวนต้องครบองค์ประกอบของธาตุทั้ง 5 คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน
และทอง สวนที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย ต้นไม้ (ธาตุไม้) น้ำตก น้ำพุ อ่างบัว บ่อปลา (ธาตุน้ำ) แสงแดดส่องถึง(ธาตุไฟ) มีดินที่สมบูรณ์(ธาตุดิน) และที่สำคัญจะต้องมีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม(ธาตุทอง) ไม่ใช่ปล่อยให้รกรุงรัง กลายเป็นป่ามากกว่าสวน
3. น้ำตกในสวนจะต้องหันหน้าน้ำตกเข้าบ้านเสมอ การตกแต่งสวนโดยมี
น้ำเข้ามาเกี่ยวข้องในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่าจะต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำตก ที่มีการไหลของน้ำไม่เหมือนอย่างอื่น "หน้าน้ำตกจะต้องหันเข้าบ้าน ห้ามหันออกนอกบ้าน" เพราะการหันออกนอกบ้านจะหมายถึงการเงินไหลออก เพราะน้ำแทนความหมายของโชคลาภการเงินนั่นเอง นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่จะต้องจำไว้ในการแต่งสวน
4. บ่อน้ำ สระน้ำ รูปทรงต้องไม่ร้าย การขุดบ่อน้ำหรือสระน้ำในสวนนั้นสิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงก็จะเป็นเรื่องของรูปทรงของสระนั้น ในทาง ฮวงจุ้ย จะให้ใช้รูปทรงที่ไม่ทำร้ายคนในบ้าน เช่น รูปทรงที่เป็นเหลี่ยม รูปทรงขนมเปียกปูน สามเหลี่ยม เป็นต้น ควรใช้รูปทรงโค้งมน หรือวงกลม จะถือว่าดี ีที่สุด

5.ก้อนหิน วางผิดเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง
หิน มาตกแต่งสวนต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะก้อนหินใหญ่เพราะในทางฮวงจุ้ย "ก้อนหิน" จะหมายถึงอุปสรรค การเลือกก้อนหินในการแต่งสวนจะต้องเลือกก้อนที่มีลักษณะกลมมน ห้ามเป็นเหลี่ยมคม หรือมีมุมแหลมก้อนหินที่มีรูก็เป็นลักษณะต้องห้ามเช่นกัน ตำแหน่ง ในการวางส่วนใหญ่ ่จะวางบริเวณมุมบ้าน ห้ามวางไว้หน้าบ้านหรือบริเวณที่ตรงกับประตูบ้าน
6.บ้านเล็ก ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่
บ้านที่มีขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัดในการจัดสวน อย่างบ้านทาวน์เฮ้าส์ ห้ามเอาต้นไม้ใหญ่ ่มาปลูก เพราะจะก่อผลเสียมากกว่าผลดี สิ่งที่มองเห็นได้ชัด ก็คือ ต้นไม้ใหญ่จะทำลายฐานบ้าน และกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำลายตัวบ้านอีกด้วย บ้านขนาดเล็กอย่างทาวน์เฮ้าส์ไม่ควรปลูก ต้นไม่ใหญ่ในบ้าน

7.หลีกเลี่ยงไม้หนามในการแต่งสวน เรื่องต้นไม้ที่มีหนามแหลม
ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นข้อห้ามอยู่แล้ว เพราะหนามที่แหลมคมจะส่งผลกระทบ ต่อคนในบ้านได้ แต่บางคนอาจจะสงสัยว่าต้นไม้อย่าง เฟื่องฟ้า โป๊ยเซียน ที่คนนิยม นำมาปลูกในบ้านทำไมถึงไม่ห้าม ความจริงแล้วไม้หนามอย่างเฟื่องฟ้าหรือโป๊ยเซียน ก็เข้าข่ายเป็นต้นไม้ต้องห้ามเหมือนกัน เพราะมีหนามแหลม เพียงแต่ว่า ชื่อของต้นไม้เป็นมงคลเท่านั้น และต้นเฟื่องฟ้าส่วนใหญ่ ่จะนิยมปลูก ริมรั้ว หรือ กำแพง ซึ่งกลับเป็นผลดีในแง่ของการป้องกันสิ่งไม่ดีเข้าบ้าน
เหตุผลที่ตำราห้ามเอาไว้อย่างนั้น ก็เพราะหนามแหลมของต้นไม้ อาจจะเกี่ยว
คนเดินผ่านไปมาในบ้านได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆ นอกจากนี้ เวลาต้นไม้เติบโตเป็น ต้นไม้ใหญ่ จะเคลื่อนย้าย หรือตัดกิ่งของต้นไม้ค่อนข้างจะยากที่จะไม่โดยหนามเกี่ยว
จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์หรือข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยที่เกี่ยวกับการจัดสวนนั้น เป็นข้อบัญญัติที่อยู่บนรากฐานของเหตุผล ที่สามารถทำความเข้าใจได้ ยังไงก็ลองนำไป ใช้ดูนะครับ ..




















ตำแหน่งเตาไฟ

เตาไฟควรอยู่ห่างหน้าต่าง เพราะกระแสลมจะทำให้ไฟในเตามีสภาพวูบวาบ ไม่มีพลังความร้อนเต็มที่ ส่งผลกระทบถึงผลประโยชน์รายได้วูบวาบไปด้วย ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเกินจำเป็น

เตาไฟตั้งอยู่ทิศตะวันตก ลูกหลานหรือผู้อาศัยมักไม่ดิ้นรนในการทำมาหากิน ผู้อยู่อาศัยจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องที่ไร้ผลประโยชน์รายได้ เพราะมุมนี้เป็นเรื่องอนาคตของลูกหลาน เรียกว่า มุมเสือขาว

เตาไฟตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ครอบครัวจะมีความรุ่งเรือง ลูกหลานตั้งใจทำมาหากิน ตั้งใจเรียน ขยันขันแข็ง เพราะมุมนี้เป็นเรื่องของครอบครัว เรียกว่ามุมมังกรเขียว

ตู้เย็นอยู่ใกล้หรือตรงเตาไฟจนเกินไปไม่ดีนัก เพราะความร้อนของเตาไฟและความเย็นในตู้เย็น จะทำให้ สุขภาพไม่ปกติ

อ่างล้าง หรือ ซิงค์ อย่าให้อยู่ติดกับเตาไฟจนเกินไป หากแก้ไขไม่ได้ ควรหาอลูมินัมฟอยด์มากั้นไว้ เพราะธรรมชาติของน้ำกับไฟเป็นธาตุที่ทำลายกัน อาจส่งผลในการขัดแย้งเรื่องอาชีพการงานและตำแหน่งหน้าที่ หรือถูกคนขวางทางสะดวก




































ฮวงจุ้ย มงคลแห่งชีวิต

เรื่อง "ห้องนอน"..ที่ถูกหลักฮวงจุ้ย
โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์




“ห้องนอน” ถือเป็นห้องที่คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญมากที่สุด และเนื้อที่ใช้สอยก็มีมากกว่าห้องอื่นๆ ในบ้าน เรียกว่า ครึ่งหนึ่งของบ้านเป็นพื้นที่ของห้องนอนก็ว่าได้
หัวใจของบ้านอยู่อาศัย ก็อยู่ที่ห้องนอนนี่แหละ เพราะบ้านเป็นที่ใช้สำหรับพักผ่อนนอนหลับ ไม่ใช่ที่ทำงาน เพราะฉะนั้น การใส่ใจในการเลือกตำแหน่งห้องนอน แบบห้องนอน จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกว่าห้องอื่นๆ
การเลือกวางตำแหน่งห้องนอนลงในผังบ้านนั้น จะให้พิจารณาห้องนอนใหญ่ หรือห้องนอนเจ้าของบ้านเป็นอันดับแรก หลังจากนั้น ค่อยพิจารณาห้องอื่นๆ เช่น ห้องลูก ห้องพ่อแม่ ห้องคนใช้ ตามลำดับ เจ้าของบ้านจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของบ้าน เพราะถือเป็นผู้นำของบ้าน จะต้องอยู่แล้วมีกำลังมากที่สุด
บางคนไปให้ความสำคัญกับห้องลูก หรือห้องพ่อแม่มากกว่าห้องตัวเอง จนทำให้
เจ้าของบ้านอยู่แล้วไม่มีกำลัง เจ็บป่วยไม่สบาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวโดยรวม เพราะฉะนั้น การวางผังห้องนอน จึงต้องคำนึงถึงห้องเจ้าของบ้านเป็นหลักเสียก่อน ในทางฮวงจุ้ยจะเรียกว่า “ห้องนอนประธาน” ส่วนห้องอื่นๆจะเป็นห้องบริวาร ซึ่งจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่รองลงมา
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกวางตำแหน่งห้องนอน จะต้องดูอะไรบ้างนั้น ให้พิจารณา ดังนี้
1. สภาพแวดล้อม การจะกำหนดห้องนอน เอาไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังของบ้าน จะอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวา ก่อนอื่นจะต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบๆบ้านเสียก่อน ตามหลักฮวงจุ้ยจะบอกเอาไว้ว่า สิ่งที่จะมีผลกระทบต่อห้องนอนโดยตรง ที่มองเห็นได้ชัดก็คือ สิ่งปลูกสร้างภายนอกบ้าน เช่น จั่วสามเหลี่ยมบ้านตรงข้าม หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถนนหรือทางที่อยู่ตรงกับห้อง วัด สุสาน เมรุเผาศพ โรงงานอุตสาหกรรม (ที่มีมลภาวะ) บ้านร้าง ต้นไม้ตายซาก ฯลฯ

ตำแหน่งห้องนอนใหญ่ จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย ไม่มีสิ่งใดจากภายนอกบ้านมากระทบ
ห้องที่อยู่ติดกับสิ่งที่กล่าวมานี้ ไม่ควรทำเป็นห้องนอน โดยเฉพาะห้องนอนเจ้าของบ้าน สภาพแวดล้อมที่ถือว่าดี เช่น ทะเลสาบ สวนหย่อม สระว่ายน้ำ หรือที่โล่งที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ห้องที่ติดกับสภาพแวดล้อมอย่างนี้ ย่อมได้ประโยชน์และเหมาะกับการทำเป็นห้องนอนของประธาน (เจ้าบ้าน) อย่างยิ่ง
“ห้องนอนเจ้าบ้าน จะต้องอยู่หลังบ้าน ห้ามนอนหน้าบ้าน”
อีกหลักหนึ่งที่มีการกล่าวว่า เจ้าของบ้านจะต้องนอนหลังบ้านเสมอ ห้ามนอนหน้าบ้าน เพราะถือตำแหน่งหลังใหญ่กว่าตำแหน่งหน้า (หลังประธาน หน้าบริวาร) หลักเกณฑ์นี้คงไม่ใช่หลักตายตัวหรอกครับ แต่เป็นหลักที่เหมาะกับการนำไปใช้กับที่ทำงานครับ แต่บ้านเป็นที่สำหรับพักผ่อน ถ้าสภาพแวดล้อมด้านหลังบ้านไม่ดี ก็ไม่เหมาะที่จะทำเป็นห้องนอนเจ้าของบ้านอยู่ดี หลายคนหลงประเด็นไปยึดเป็นหลักตายตัว เกิดผลเสียมานักต่อนักแล้ว
โดยปกติแบบบ้านส่วนใหญ่มักจะวางห้องนอนใหญ่เอาไว้หน้าบ้านมากกว่าหลังบ้าน เพราะสภาพแวดล้อมด้านหน้าบ้าน มักจะเป็นที่โล่ง เป็นสนาม เป็นสวนหย่อม ส่วนหลังบ้านมักจะติดกับหลังบ้านคนอื่น ซึ่งจะก่อสภาพอุดตันได้ง่าย ห้องนอนที่เอาไว้ด้านหลังบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นห้องนอนคนแก่ หรือห้องนอนคนใช้ในบ้านมากกว่า แต่ก็อย่างที่ผมบอกล่ะครับ ต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมประกอบไปด้วย ถ้าด้านหลังบ้านมีสภาพแวดล้อมดี ก็เหมาะที่จะทำเป็นห้องนอนเจ้าของบ้านครับ
นอกจากนี้ การวางตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน อย่าเลือกตำแหน่งตรงกลางของด้านใดด้านหนึ่ง ควรเลือกวางในตำแหน่งที่ห้องนอนมีพื้นที่ทั้งสองด้านของบ้าน หรือวางตำแหน่งมุมบ้าน นั่นเอง เหตุผลก็เพราะ ตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางจะถูกบีบ มีช่องแสงช่องลมเพียงด้านเดียว ก่อสภาพที่ไม่สมดุลภายในห้องนอน

ตำแหน่งห้องนอน A อยู่ในสภาพถูกบีบไม่สมดุลแสงและลมเข้าได้ด้านเดียว ส่วนห้องนอน B มีแสงและลมเข้าได้ 2 ด้านของห้อง ก่อสภาพที่สมดุลมากกว่า
2. ทิศทาง การดูทิศถือว่าสำคัญมาก ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามโดยเด็ดขาด ก็อย่างที่กล่าวเอาไว้ ในบทก่อนๆว่า ทิศที่ถือว่าดี ก็คือทิศตะวันออกกับทิศใต้ เพราะจะได้ประโยชน์ในเรื่องของแดดและลมโดยตรง ห้องนอนใหญ่ก็ควรจะเลือกวางในตำแหน่ง 2 ทิศนี้ ซึ่งห้องนอนส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุมของบ้าน ก็จะวางรับทิศได้ 2 ทิศอยู่แล้ว
เพื่อให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ผมจะสรุปตำแหน่งห้องนอนใหญ่ตามทิศไล่เรียงจากดีที่สุด ไปจนถึงตำแหน่งแย่สุด
ตำแหน่งทิศดีที่สุดคือ ทิศตะวันออกกับทิศใต้ จะได้ประโยชน์ในเรื่องของลมและแสงแดด เพราะลมจะมาทางทิศใต้ ส่วนแดดจากตะวันออก เป็นแดดที่ไม่ร้อนจัด ช่วงบ่ายห้องจะเย็น ตำแหน่งทิศรองที่ 2 คือ ทิศใต้กับตะวันตก จะได้ประโยชน์ในเรื่องลมอย่างเดียวจะเสียเรื่องแสงแดดที่ค่อนข้างร้อนในตอนบ่าย ตำแหน่งทิศรองที่ 3 คือ ทิศตะวันออกกับทิศเหนือ จะได้ประโยชน์ในเรื่องแสงแดด แต่จะอับลม ส่วนตำแหน่งที่ถือว่าแย่ที่สุด ก็คือ ทิศตะวันตกกับทิศเหนือ ซึ่งจะเสียทั้งเรื่องของแดดที่ร้อนจัดและอับลมเกือบตลอดทั้งปี (ยกเว้นหน้าหนาวประมาณ 3 เดือน)

ห้องนอนที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีและไม่ดี ไล่ตามลำดับ 1,2,.. โดยพิจารณาเรื่องของทิศเป็นหลัก
แต่ก็ใช่ว่า จะต้องยึดเป็นหลักตายตัวนะครับ เพราะตัวแปรที่สำคัญ ก็คือ
สภาพแวดล้อมอีกนั่นแหละ ยังไงก็อย่าลืมเรื่องนี้เชียวล่ะครับ…


เรื่อง ประตู-หน้าต่างเยอะ..เงินไหลออกจริงหรือ..?
โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์




"บ้านหลังหนึ่ง ควรมีประตูกี่บานถึงจะดี เห็นตำราบอกว่า ห้ามมีมากเงินจะไหลออก จริงหรือเปล่า"
คำถามนี้ ถ้ามองแค่ในตำราฮวงจุ้ยก็ต้องตอบว่า จริงครับ แต่ถ้ามองในการนำมาใช้กับเมืองไทยบ้านเรา ก็ต้องบอกว่า ไม่จริงครับ หลายคนอาจจะทำหน้างง ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่า ข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยเกี่ยวกับเรื่องของประตู หน้าต่าง กำหนดไว้จริงไม่ให้มีมากเกินไป
เหตุผลก็คงเป็นเรื่องการไหลเวียนของชี่ภายในบ้าน เพราะประตูเป็นช่องผ่านของชี่ เส้นทางเดินของชี่ภายในบ้าน ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดภายในร่างกายของคนเรา ถ้าวางได้ดีและถูกต้อง กระแสการไหลเวียนภายในบ้าน ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด เดินเข้าออกอย่างสะดวก คนในบ้านนั้นก็อยู่กันอย่างสบาย
ระบบการไหลเวียนภายในบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บ้านที่กระแสชี่ไหลเวียนไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบต่อคนในบ้านได้ เสมือนคนที่เลือดลมภายในร่างกายเดินไม่ดี ก็จะต้องเจ็บป่วยไม่สบายเป็นธรรมดา
คำว่า "ชี่" ในที่นี้ ก็หมายถึง "ลม" นั่นเอง
บ้านที่มีประตูหน้าต่างเยอะ จะรับลมเข้ามาบ้านเยอะตามไปด้วย ถ้าเป็นบ้านในเมืองจีน ก็ถือว่าไม่ดีเพราะเป็นลมหนาวเสียส่วนใหญ่ ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ต้องเสียเงินเสียทองเป็นค่ายารักษา นี่คือเหตุผลที่ตำราบอกว่า เงินไหลออกครับ
แต่ถ้าเป็นเมืองไทยล่ะ อากาศส่วนใหญ่จะร้อน เพราะฉะนั้น การมีประตูหน้าต่างเยอะเพื่อรับลม จึงได้ประโยชน์ครับ อย่างบ้านทรงไทยของเรา มีหน้าต่างรอบบ้าน แถมใต้ถุนยังโล่งอีกต่างหาก เรียกว่ารับลมกันเต็มๆ อยู่สบายครับ
หลักฮวงจุ้ย จะมีข้อบัญญัติในการกำหนดตำแหน่งของประตู หน้าต่าง เอาไว้ ลองมาดูสิว่า ตำราว่าไว้อย่างไร
บ้านทุกหลัง จะต้องมีประตูหลังบ้านเสมอ ในทางฮวงจุ้ยถือว่า บ้านที่ไม่
มีประตูหลัง จะก่อสภาพอุดตัน เพราะกระแสชี่ไม่สามารถไหลเวียนจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้
ถ้าเปรียบเทียบในเชิงตรรกะวิทยา บ้านที่ไม่มีประตูหลัง ลมที่พัดเข้าหน้าบ้าน ไม่สามารถหมุนเวียนภายในบ้านได้เลย เพราะการที่ลมจะหมุนเวียนได้นั้น จะต้องมีทางเข้าและทางออก เมื่อลมไม่สามารถไหลเวียนได้ทั่วบ้าน ก็จะทำให้บ้านอับ ส่งผลกระทบในเรื่องสุขภาพของคนในบ้านได้ง่าย นั่นเอง
ประตูห้ามวางตรงกัน กรณีของประตูตรงกัน ถือเป็นข้อบัญญัติพื้นฐานในทางฮวงจุ้ยอยู่แล้ว เหตุที่ห้ามเอาไว้ก็เพราะ ประตูที่ตรงกัน จะทำให้กระแสชี่ (ลม) วิ่งเป็นเส้นตรง ลมจะพัดเข้าบ้านแรงกว่าปกติ ทำให้ลมสามารถกระจายไปทั่วบ้านได้



ลักฮวงจุ้ย จะต้องไหลอย่างคดเคี้ยว และไหลเวียนได้ทั่วทุกห้องตำแหน่งประตูที่ดี จึงควรอยู่ในลักษณะที่ทแยงมุมกัน ถ้าประตูเกิดตรงกันก็สามารถใช้ฉากมากั้นระหว่างประตู เพื่อกำหนดเส้นทางให้กระแสชี่ไหลหลบฉากกั้นไม่พุ่งเป็นเส้นตรง การไหลเวียนของชี่ก็สามารถกระจายไปทั่วบ้านได้
ประตูออกสู่ตัวบ้าน ไม่ควรมีมากเกินไป การกำหนดตำแหน่งของประตูแต่ละจุด จะต้องให้สัมพันธ์กับการไหลของชี่ด้วย ถ้าประตูมีมากหลายจุด ก็จะทำให้กระแสชี่ไหลออกนอกบ้านเร็วเกินไป ศัพท์ทางฮวงจุ้ยจะบอกว่า "เก็บทรัพย์ไม่อยู่" เพราะมีช่องรั่วไหลมาก นั่นเอง กรณีนี้ก็อย่างที่ผมอธิบายไปแล้ว
การวางตำแหน่งของประตูหรือหน้าต่างภายในบ้าน จะต้องพิจารณา โดยการดูทางลมเป็นสำคัญ เพราะช่องประตูและหน้าต่างเป็นตัวเปิดรับลมให้เข้าบ้านโดยตรง ขนาดของบ้านก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดช่องของประตูหน้าต่าง บ้านหลังใหญ่ก็ควรมีมากพอ
บางคนไปกังวลกับเรื่องนี้มากเกินไป ไม่กล้าเจาะช่องประตูมาก กลัวเงินรั่วไหลอย่างที่ตำราบอกเอาไว้ จนบางทีทำให้ความสมดุลภายในบ้านเสียไป การใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านไม่สะดวก ต้องเดินอ้อมเพราะมีประตูน้อย บ้านอุดตัน อับทึบ ไม่มีลมวิ่งผ่านเลย
เพราะฉะนั้น จำนวนของประตูหน้าต่างจะมีมากหรือน้อย ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ให้พิจารณาเรื่องการไหลเวียนของอากาศภายในบ้าน และการใช้สอยเป็นหลัก ก็แล้วกันครับ…

เรื่อง บ้านผิดฮวงจุ้ย..แก้อย่างไรดี
โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์




ปัญหาที่หลายๆ คนมักจะประสบกันอยู่เสมอ เวลามีคนมาทักว่า บ้านของตัวเองผิดฮวงจุ้ย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะแก้ไขฮวงจุ้ยที่ผิดก็ไม่รู้วิธี แถมคนที่ทักว่าไม่ดีผิดฮวงจุ้ย ก็ไม่รู้วิธีแก้อีก ก็ยิ่งทำให้เจ้าของบ้านเกิดความกังวล กลัวจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นภายในบ้าน
ส่วนใหญ่เจ้าของบ้าน จะใช้วิธีวิ่งหาซินแสฮวงจุ้ย มาช่วยแก้ให้ ซึ่งทำให้เสียเงินเสียทองค่อนข้างจะมาก ทั้งๆ ที่บางทีเป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งซินแสเลย
ผมเลยนำเรื่องการแก้ไขฮวงจุ้ยด้วยตนเอง มาเล่าให้ฟังกัน โดยจะยกกรณีที่มักจะ
พบเจอกันอยู่บ่อยๆ และไม่ยุ่งยากในการแก้ไขมากนัก เพราะเรื่องของการแก้ไขฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนั้น มีมากมายหลายวิธีด้วยกัน


ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจถึงวิธีการแก้ฮวงจุ้ยว่า มีวิธีอะไรกันบ้าง หลักการแก้ ฮวงจุ้ย เท่าที่ผมสรุปออกมาได้ก็จะมีอยู่ 5 วิธีคือ 1. หลบหลีก 2. หักเห 3. ปรับเป็นพวกเดียวกัน 4. สลายออก และ 5. ต่อสู้ป้องกัน การจะนำวิธีไหนมาใช้นั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของบ้านหลังนั้นเป็นหลัก
คราวนี้ ลองมาดูกรณีต่างๆ ที่เข้าข่ายผิดฮวงจุ้ย ผมจะไล่เลี่ยห้องต่างๆ ภายในบ้านกันก่อน ไล่ไปที่ละห้องกันเลยครับ เริ่มที่ประตูบ้านกันก่อน

ประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้าน กรณีนี้จะเจอกันอยู่บ่อยๆ ในทางฮวงจุ้ยจะบอกว่า ทำให้เงินไหลออก เรียกว่า หาเงินมาเท่าไหร่ก็ไหลออกหลังบ้านหมด การแก้ไขกรณีนี้ ไม่ยากเลยครับ วิธีที่นิยมใช้กันมากก็คือ หาฉากหรือตู้โชว์มากั้นระหว่างประตูหน้ากับประตูหลังบ้าน กระแสที่พุ่งตรงระหว่างสองประตู ก็จะถูกหักเหออกไป



อีกวิธีหนึ่ง ย้ายประตูหลังหลบประตูหน้า โดยย้ายไปเปิดด้านข้างแทน อย่าลืมว่า บ้านจะต้องมีประตูหลังเสมอ นี่เป็นกฎพื้นฐานในทางฮวงจุ้ย บางคนแก้ไขประตูตรงกัน โดยการปิดประตูหลังเสีย หลังบ้านจึงทึบไม่มีทางออก ตำราบอกว่า จะส่งผลให้บ้านหลังนั้น อุดตัน อับโชค
ซึ่งถ้ามองตามหลักเหตุผล ก็จะหมายถึง บ้านจะอับลม เพราะธรรมชาติของลมจะต้องมีทางเข้าและทางออก อากาศถึงจะถ่ายเทได้ดี การแก้ไขอะไรก็แล้วแต่ จะต้องดูที่ผลกระทบข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่แก้อย่างหนึ่งแล้วไปเสียอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ก็ต้องตามแก้กันไม่รู้จบ
ห้องครัว กรณีที่พบบ่อยจะเป็นเรื่องตำแหน่งเตาไฟ กับซิงก์น้ำ ตามหลักฮวงจุ้ยจะบอกเอาไว้ว่า สองสิ่งนี้ห้ามอยู่ใกล้กัน หรือตรงข้ามกัน เพราะเตาเป็นธาตุไฟ ซิงก์เป็นธาตุน้ำ ไฟกับน้ำ เป็นธาตุปะทะกัน ส่วนใหญ่การวางเตาไฟกับซิงก์จะวางแยกกันในลักษณะตัวแอล เตาอยู่ด้านหนึ่ง ซิงก์อยู่ด้านหนึ่ง
กรณีที่เตากับซิงก์น้ำอยู่ติดกัน ให้พิจารณาก่อนว่า ระยะห่างมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าห่างเกิน 1 เมตร ถือว่าไม่จำเป็นต้องแก้ เพราะผลกระทบจะไม่เกิด แต่ถ้าอยู่ติดกัน วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ย้ายอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา แต่ถ้าทำไม่ได้ ให้หาฉากสแตนเลสกันความร้อนมากั้นตรงกลาง ก็ถือว่าใช้ได้
ส่วนกรณีที่เตาไฟกับซิงก์น้ำอยู่ตรงข้ามกัน ถ้าห้องครัวมีพื้นที่กว้างพอ ให้ใช้โต๊ะมาวางขั้นกลาง แต่ถ้าห้องครัวแคบ ต้องย้ายอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป
ห้องส้วม ลักษณะผิดฮวงจุ้ยที่พบบ่อยก็คือ โถส้วม (ชักโครก) มักจะวางตรงกับประตูห้องส้วม พูดง่ายๆเวลาเปิดประตูก็เห็นชักโครกพุ่งเข้าหาคนที่เดินเข้า อย่างนี้ถือว่าผิดแน่นอน วิธีแก้ไข ย้ายโถส้วมเข้าด้านใน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ค่อนข้างจะยาก เพราะจะต้องย้ายท่อน้ำเสียตามไปด้วย
อีกวิธีหนึ่ง ให้หันโถส้วมไปในทิศทางที่ไม่ตรงกับประตู แทนที่จะพุ่งตรงออกมา ก็หันไปด้านข้างแทน โดยที่ไม่ต้องย้ายตำแหน่ง หรือ ถ้าไม่อยากย้ายโถส้วมก็อาจจะเลือกแก้โดยการเปลี่ยนตำแหน่งของประตูแทนก็ได้ ถ้าไม่อยากย้ายอะไรเลย ก็ให้ปิดประตูห้องส้วมไว้เสมอ พยายามเปิดประตูเข้าออกให้น้อยที่สุด ก็จะช่วยลดผลกระทบลงได้
ห้องนอน ถือเป็นห้องสำคัญที่สุดในบ้าน มีข้อบัญญัติมากมายเกี่ยวกับห้องนอน แต่ที่พบเจอบ่อยๆก็จะเป็นเรื่องการวางเตียง ตำแหน่งต้องห้ามในทางฮวงจุ้ยคือ ห้ามวางเตียงตรงกับประตู หรือนอนขวางประตูห้อง นั่นเอง
การแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ย้ายเตียงหลบ หรือไม่ก็ย้ายประตูห้อง การย้ายเตียงหลบน่าจะดีกว่า ถ้าย้ายไม่ได้ก็ต้องหาฉากมากั้นระหว่างประตูกับเตียง
หัวเตียงเป็นหน้าต่าง หลายคนกังวลกับเรื่องนี้มาก ตำราฮวงจุ้ยพูดเอาไว้จริง แต่การแก้ไขง่ายนิดเดียว แค่ติดม่านแล้วปิดเวลานอน ปัญหาก็หมดไป
ห้องพระ ตามหลักฮวงจุ้ยจะห้ามวางโต๊ะหมู่บูชา หรือหิ้งพระ ติดกับผนังห้องน้ำ ถ้าจำเป็นต้องวางจะต้องบุผนังด้านที่พิงห้องน้ำด้วยไม้ เพื่อขั้นระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับห้องน้ำ แต่ถ้าย้ายตำแหน่งได้ก็ควรย้ายจะดีที่สุด
ขื่อ,คาน บ้านทุกหลังต้องมีคานด้วยกันทั้งนั้น คานที่มีผลกระทบก็คือ คานที่มองเห็นอย่างเด่นชัด การแก้ก็เพียงปิดฝ้าเพดาน เพื่อไม่ให้มองเห็นคาน นั่นเอง แต่ถ้าขี้เกียจเสียเงินติดฝ้าเพดาน ก็ให้เลี่ยงวางของที่สำคัญไว้ใต้คาน เช่น โต๊ะทำงาน เตียงนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่ ฯลฯ
เหลี่ยมเสา เสาที่ถือว่ามีผลกระทบมากที่สุดก็คือ "เสาลอย" เพราะจะเกิดเหลี่ยมเสาถึง 4 ด้าน วิธีแก้ให้หาตู้มาพิงเสาด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสาลอย หรือใช้ฉากทำเป็นผนังกั้นไปเลยก็ได้ อีกวิธีหนึ่งลบเหลี่ยมของเสาออก โดยทำเป็นเสากลม อิทธิพลของเหลี่ยมเสาก็หมดไป
ส่วนเหลี่ยมที่เกิดจากมุมเสา ให้ใช้ต้นไม้ไปวางบังเหลี่ยม แค่นี้ก็แก้ไขได้แล้วครับ เห็นไหมครับ การแก้ฮวงจุ้ยไม่ใช่สิ่งที่ยากเลย



เรื่อง บ้านผิดฮวงจุ้ย..แก้อย่างไรดี ( 2 )
โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์




"การแก้ไขฮวงจุ้ยภายนอกบ้าน"
ความจริงแล้ว การแก้ไขฮวงจุ้ยภายนอกบ้าน จะทำได้ยากมาก เพราะไม่สามารถไปแก้ไขภายนอกบ้านได้ นั่นเอง ไม่เหมือนภายในบ้านของเราเอง จะแก้อย่างไรก็ได้ จะทุบบ้านทิ้งทั้งหลังก็ไม่มีใครว่าอะไร
ผลกระทบที่เกิดจากภายนอกมีมากมายครับ ผมจะให้ข้อสังเกตและหลักในการแก้ไข โดยจะยกกรณีที่พบเจอกันบ่อยๆ มาพูดถึงก็แล้วกันนะครับ ลองมาดูสิว่า มีกรณีใดบ้าง ที่ถือว่าฮวงจุ้ยเสีย
บ้านตรงทางสามแพร่ง กรณีนี้ จะพบเจอกันอยู่บ่อยๆ และมักจะมีคนถามอยู่เสมอว่า จะแก้ไขอย่างไรถ้าเจอปัญหานี้ ก่อนอื่นตรงรู้เสียก่อนว่า บ้านตรงทางสามแพร่งมีผลเสียอย่างไร
ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่า บ้านตรงทางสามแพร่ง ถือว่าเป็นจุดปะทะ เป็นจุดที่รับพลังที่รุนแรงเกินไป ถือเป็นชี่พิฆาต ส่งผลกระทบต่อบ้านหลังนั้นถึงขั้นวิบัติได้ ฟังแล้วค่อนข้างจะน่ากลัวนะครับ
แต่ถ้ามองตามหลักตรรกะวิทยา หรือใช้เหตุใช้ผลมาอธิบายกัน ก็มีข้อสรุปเช่นเดียวกันว่า "ไม่ดี" เหตุผลก็เพราะ บริเวณทางแยกถือเป็นตำแหน่งวุ่นวาย รถเลี้ยวเข้าออกอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทำให้คนในบ้านอยู่กันอย่างไม่ค่อยสงบสักเท่าไร
คำว่าตำแหน่งปะทะ ก็คือลม บ้านตรงทางสามแพร่งจะได้รับกระแสลมที่แรงกว่าจุดอื่น ลมจะพัดพาเอาฝุ่นละอองพัดเข้าสู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อคนในบ้านได้ นอกจากนี้ ยังเป็นตำแหน่งที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอุบัติเหตุรถพุ่งชนบ้านได้ง่ายอีกด้วย
เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว การแก้ไขก็ไม่ยากครับ การลดแรงปะทะให้น้อยลง เพียงแค่ปลูกต้นไม้ให้เอาไว้หน้าบ้าน ก็ถือว่าแก้ไขได้แล้ว เพราะต้นไม้ใหญ่จะช่วยลดมลภาวะในเรื่องของเสียงรบกวน กรองฝุ่นที่พัดเข้าบ้าน แถมยังเป็นเกาะป้องกัน เวลารถเสียหลักพุ่งเข้ามาชนบ้านได้อีกด้วย
ต้นไม้ ถือเป็นอุปกรณ์แก้ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาที่เกิดจากภายนอกแล้ว ยังได้ประโยชน์กับภายในบ้านด้วย ทำให้บ้านร่มเย็น ไม่ร้อนหรือแห้งแล้งจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องเอายันต์หรือกระจกเงามาติดหรอกครับ เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเก็บข้อมูลมา มักแก้ไม่ผลครับ
ตรงข้ามบ้านมีหลังคาจั่ว กรณีนี้ก็ทำให้หลายคนเกิดความกังวลกันมาก แหมจะไม่กังวลได้อย่างไร บ้านส่วนใหญ่ก็เป็นหลังคาทรงจั่วสามเหลี่ยมกันทั้งนั้น ในทางฮวงจุ้ยจะบอกเอาไว้ว่า รูปทรงสามเหลี่ยม เปรียบเสมือนศรพิฆาต ที่พุ่งออกจากคันธนู จะทำร้ายผู้ที่อยู่ตรงข้าม ให้เจ็บป่วยได้
วิธีแก้ไขตามหลักฮวงจุ้ย มีหลายวิธีครับ วิธีที่นิยมมากที่สุดก็คือ ปลูกต้นไม้ใหญ่บังจั่วสามเหลี่ยม ถ้าไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ ก็ให้ใช้กระจกเว้ามาติดไว้ในแนวเดียวกับจั่วสามเหลี่ยม คุณสมบัติของกระจกเว้า จะทำให้รูปสามเหลี่ยม หัวกลับ หรือไม่ก็อย่าทำให้ห้องที่ตรงกับจั่วสามเหลี่ยม เป็นห้องนอน ทำเป็นห้องอื่นที่ไม่มีคนอยู่ประจำ


บ้านอยู่ติดบ้านร้าง กรณีนี้จะรวมไปถึงบ้านที่ติดกับที่ดินรกร้างว่างเปล่า สุสาน ในตำราฮวงจุ้ยระบุเอาไว้ว่า ที่ร้าง บ้านร้าง หรือสุสาน จะก่อสภาวะอินชี่ ที่นิ่งตาย ไม่เจริญ บ้านที่
อยู่ใกล้จะอับโชค วิธีแก้ไข ให้ติดไฟ 2 ดวงบริเวณที่ติดกับบ้านร้าง ถ้าบ้าร้าง
อยู่ตรงข้ามกับบ้าน ก็ให้ติดหน้าบ้าน ถ้าอยู่หลังบ้านให้ติดหลังบ้าน อยู่ข้างบ้านก็ให้ติดข้างบ้าน แสงไฟเป็นพลังหยางที่เคลื่อนไหว มีชีวิต จะช่วยสลายพลังอินชี่ ที่นิ่งตายได้ ให้เปิดไฟทิ้งไว้ทั้งคืน
เสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่ใกล้บ้าน เรื่องของเสาไฟหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าแค่เสาไฟฟ้าธรรมดาก็มีผลกระทบ ความจริงแล้วกรณีที่จะมีผลกระทบจะต้องเป็นเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือเสาไฟที่เป็นหม้อแปลงเท่านั้น
เหตุผลก็เพราะ เสาไฟฟ้าธรรมดาจะเป็นเพียงแค่เสาที่กระแสไฟไหลผ่านเท่านั้น ส่วนเสาที่เป็นหม้อแปลง ประจุไฟฟ้าจะมารวมอยู่ในหม้อแปลง ผลจึงต่างกัน ผลกระทบที่เกิดจากเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่หรือหม้อแปลงไฟ ก็คือ บริเวณนั้นจะเกิดคลื่นไฟฟ้าแผ่กระจายไปทั่ว เจ้าคลื่นตัวนี้แหละ ที่จะส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ใกล้ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ
วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงวางตำแหน่งห้องนอนไว้บริเวณที่อยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูง ถ้าไม่สามารถย้ายห้องนอนหลบได้ ให้ปลูกต้นไม้บังเสาไฟเอาไว้ เพราะต้นไม้จะช่วยลดคลื่นไฟฟ้าให้เข้าบ้านน้อยลง แต่อย่าปลูกต้นไม้ใกล้กับเสาไฟฟ้ามากเกินไป เพราะกิ่งไม้อาจไปกระทบกับหม้อแปลง ทำให้ไฟช็อดได้
บ้านอยู่ติดกับอาคารสูง ในทางฮวงจุ้ยบอกว่า อาคารที่สูงกว่าจะกดข่มอาคารที่ต่ำกว่า และความต่างระดับกันมากจะส่งผลให้กระแสชี่ บริเวณนั้นไหลไม่สม่ำเสมอ คงต้องบอกก่อนว่า อาคารกับบ้านจะต้องต่างระดับกันมาก ไม่ใช่บ้านสองชั้นอยู่ติดกับอาคาร 3 ชั้น อย่างนี้ไม่เข้าข่ายที่มีผลกระทบครับ ต้องต่างกันอย่างน้อยเท่าตัวขึ้นไป ความต่างยิ่งมากยิ่งมีผลกระทบมาก



วิธีแก้ไข อาจปลูกต้นไม้ใหญ่ทรงสูงด้านที่ติดกับอาคารสูงนั้น เพื่อลดความโดดเด่นของอาคารลง การมองเห็นต้นไม้ย่อมดีกว่ามองเห็นอาคารปูนที่ดูหนักและใหญ่
บางตำราอาจแนะนำให้ใช้กระจกเว้ามาติดแก้อาคารสูง เพื่อให้อาคารสูงนั้นไม่ทำร้ายบ้าน เพราะคุณสมบัติของกระจกเว้า จะทำให้ภาพที่สะท้อนกลายเป็นหัวกลับ คล้ายๆกับกรณีแก้จั่วสามเหลี่ยม
ลองมองไปรอบๆบ้านดูสิครับว่า มีข้อใดเข้าข่ายนี้บ้าง ถ้าไม่มีก็ถือว่าโชคดี ผลกระทบในเรื่องฮวงจุ้ยก็ไม่เกิด อย่าลืมว่า ผลกระทบที่เกิดจากภายนอกบ้าน จะส่งผลกระทบมากกว่าภายในบ้าน เพราะเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงภายนอกได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องภายในจะทำอะไรก็ได้ รื้อบ้านทิ้งทั้งหลังก็ทำได้ ไม่มีใครว่าอะไรจริงมั้ยครับ….



Forum Jump
You cannot post new topics in this forum.
You cannot reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.