Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Condo / Condominium - คอนโด คอนโดมิเนียม » New Petchburi / Rama 9 / Ratchadapisek Area » Ivy Ratchada Condominium » !!!!!คอนโดไม่ใช่การลงทุน ถ้าไม่ได้อยู่จริงอย่าซื้อ!!!!! (เก็บมาฝากจาก Pantip ค่ะ)

!!!!!คอนโดไม่ใช่การลงทุน ถ้าไม่ได้อยู่จริงอย่าซื้อ!!!!! (เก็บมาฝากจาก Pantip ค่ะ) Options
papa007
Posted: Tuesday, June 12, 2007 12:06:58 PM


Rank: Advanced Member
Groups: Ivy Ratchada Condominium Moderator

Joined: 03/05/2007
Posts: 3,561
http://www.pantip.com/cafe/home/topic/R5495981/R5495981.html จากทู้นี้ค่ะ ขออนุญาตเจ้าของกระทู้นะคะ ในกระทู้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้น่าสนใจเหมือนกัน เชิญเพื่อนๆเข้าไปอ่านตาม Link ด้านบนได้เลยค่ะ

สถานการคอนโดในปัจจุบันนั้นเติบโตมหาศาลอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ การการันตียอดขายแทบจะร้อยเปอร์เซ็น เพียงแค่ในช่วงเปิดตัวของโครงส่วนใหญ่ นั่นยั่วยวนทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ทำตัวเป็นนักลงทุนรายย่อย รูปแบบของการซื้อเก็งกำไรคอนโดนั้นมีตั้งแต่ซื้อขายใบจอง, ขายดาวน์, ซื้อแล้วเอาไปขายเอง, ฝากเซลลขาย, ซื้อตอนเริ่มก่อสร้างขายตอนสร้างเสร็จ ไปจนถึงซื้อให้คนเช่าในระยะยาว ในทุกรูปแบบก่อให้เกิดดีมานเทียมขึ้นจากการคาดเดาตลาด ส่งผลให้ราคาคอนโดสูงกว่าที่เป็นจริงอย่างไม่มีเหตุผล ในขณะที่โครงการที่ดีกว่าก็ดูเหมือนจะแพงกว่าทยอยออกมากันอีกเรื่อยๆ เกิดการเก็งกำไรและการปั่นราคาคอนโดกันมหาศาลจนน่าเป็นห่วง จนต้องมาเขียนบทความนี้ ผู้เขียนเองเป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการ หากแต่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กเล็กจิ๋วๆๆๆ ที่เห็นผลเสี่ยงของการเก็งกำไรคอนโดในระยะยาวและยังอยากมีงานทำไปอีกนานๆ (และไม่อยากถูกด่าในภายหลังด้วย) จึงใช้เวลาและข้อมูลเท่าที่มีอยู่ตอนนี้เขียนขึ้นมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคโดยทั่วไปบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เคยเตือน....

ความน่าลงทุนในคอนโดปัจจุบันบันไม่ต่างไปจากความน่าลงทุนของแชร์แม่ชม้อย, แอมเวย์หรือจตุคามรามเทพ เป็นความน่าลงทุนที่คาดหวังที่ผลกำไรในระยะสั้นเป็นหลัก และไม่ได้มาจากตัวโปรดักโดยตรง เห็นได้ว่าไม่มีการพัฒนาในตัวโปรดัก โดยหวังผลทำกำไรเฉพาะหน้าด้วยความไม่มีประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก เพราะแทบจะร้อยทั้งร้อยของผู้บริโภคนั้นไม่เคยใช้ชีวิตในคอนโดมาก่อน จึงไม่มีความสามารถในการให้คุณภาพกับคอนโดที่ตัวเองซื้อมาได้ การขายคอนโดที่ยังเป็นกระดาษล่วงหน้า ผ่านระบบเซลล์เน้นมุ่งเน้นยอดขายเป็นหลัก โดยไม่ได้เน้นการให้ข้อมูลที่เป็นจริงทั้งหมดของโครงการ (หลายโครงการไม่ให้ลูกค้าดูผังโครงการ หรือปรับเปลี่ยนผังในภายหลัง, การบอกจำนวนที่จอดรถที่ไม่แน่นอน ปิดบังข้อเสียต่างๆ ฯลฯ) และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดๆของรัฐเข้ามาดูแล การจัดแคมเปญสร้างความแข่งขันยิ่งบีบการตัดสินใจของผู้บริโภคและสัญญาที่ไม่เป็นธรรมก็ทำให้หมดสิทธิต่อรอง ไม่ต่างจากหุ้นที่ถูกปั่นขึ้นไป จนวันนึงจะถูกทุบขายใครขายไปหมดก่อนก็รอดตัวไปใครถือไว้เยอะก็มีแต่เจ๊ง คนที่ถือโครงการใหญ่ที่สร้างไม่เสร็จอาจเสียเงินฟรี คนที่ซึ้อตอนราคาตอนปลายเทียบได้กับซื้อความเป็นหนี้ไปตลอดชีวิต

ในแง่ของผู้ประกอบการ ตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นถูกฝูกขาดโดยกลุ่มบริษัทไม่กี่กลุ่ม โดยถ้าไม่นับว่าเป็นบริษัทลูกบริษัทหลานหรือญาติโกโหติกากันมา เรียกได้ว่ากทม.แทบทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นโดยคนกลุ่มเดียวและด้วยระบบเดียว (บ้านจัดสรร) ทำให้จริงๆแล้วแทบไม่มีการแข่งขันในแง่ของโปรดักเลย แต่เป็นการเสี่ยงดวงกับมาเก็ตแค็บของตลาดมากกว่า สถานการอสังหาก่อนช่วงบูมของคอนโด ผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ๆหลายๆเจ้าได้ทุ่มทุนลงไปกับโครงการความหนาแน่นต่ำ (บ้านเดี่ยวทาวน์เฮ้าส) จนเกิดโอเวอร์ซัพพลาย ล้นตลาดอยู่เป็นจำนวนมาก การมาถึงของปรากฎการณ์คอนโดทำให้ผู้ประกอบการหน้าเก่าหลายๆเจ้า ปรับพอร์ตการลงทุนมาลงทุนในคอนโดมากขึ้นในขณะที่ยังขาดสภาพคล่องอยู่เป็นทุนเดิม เกิดการลดราคาแจกแถมโปรโมชั่นมโหฬารในตลาดบ้านจัดสรรในปัจจุบัน และเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ๆขึ้นมาพร้อมกันหลายๆโครงการขึ้นมาตอบรับ (มีหลายบริษัทใหญ่ในปัจจุบันที่ลงทุนกับโครงการที่สเกลใหญ่เกินตัวโดยที่ไม่มีสภาพคล่องเท่าไหร่ คงพอได้ข่าวกันบ้าง) เพราะใครๆก็กลัวตกรถขบวนนี้กันทั้งนั้น....

คอนโดนั้นเป็นโครงการที่ต้องก่อสร้างในทีเดียวทั้งตึก ไม่สามารถแบ่งแปลงสร้างเหมือนบ้านเดี่ยวได้ จึงเป็นโครงการที่ต้องลงทุนสูงในคราวเดียว การลงทุนในคอนโดของผู้ประกอบการนั้นมาจากสถาบันการเงินเป็นหลัก แบงค์นั้นอย่างที่เราๆรู้กันอยุ่แล้ว เป็นเสือนอนกิน ดังนั้นถ้าหวยยังไม่ล๊อคแบงค์ก็จะไม่แทง และไครทีเรียในการตัดสินใจของแบงค์นั้นมีเพียงอย่างเดียวคือ “กำไร” มาตราการควบคุมเดียวในการปล่อยกู้ทำโครงการของแบ็งค์ก็คือ “ยอดจอง” ถ้าโครงการไหนมียอดจองแบ็งค์ก็จะปล่อยกู้ ยิ่งจองเยอะสัดส่วนลงทุนของแบงค์ต่อผู้ประกอบการก็ยิ่งสูงตาม จนแทบกลายเป็นการจับเสือมือเปล่าของผู้ประกอบการหน้าเก่า (ในขณะที่ไม่ให้หน้าใหม่กู้) ผลักดันโครงการออกมาพร้อมๆหลายๆโครงการ ทำให้เกิดการทุ่มตลาดอย่างบ้าเลือดในช่วงพรีเซลล์และการเมคยอดจอง จะเห็นได้จากการที่โครงการหลายโครงการที่ (ข่าวว่า) ทำยอดจองถล่มทลาย แต่ยังเริ่มก่อสร้างไม่ได้ซักที ในขณะที่แบ๊งค์ต้องการปล่อยกู้สร้างตึก แต่แบงค์ก็กลัวหนี้เสียจากการผ่อนคอนโดของรายย่อยในระยะยาวด้วย การอนุมัติเงินกู้ซื้อคอนโดปัจจุบันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ผู้จองไม่กี่รายที่จะมีศักยภาพในการกู้จริงแม้วงเงินอยู่ที่ล้านต้นๆถึงสองล้าน แต่จากข้อมูล ในกทม.ทั้งหมดมีคนที่พอกู้เงินจำนวนนี้ได้อยู่ราว 4 แสนคนเท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เป็นจริง ตลาดหลักของคอนโดเมืองนั้นอยู่ในกทม. ซึ่งมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยราวๆปีละ 7-8 หมื่นยูนิต ในปัจจุบันคอนโดที่ยังอยู่ในตลาดและระหว่างก่อสร้างอีกราว 2-3 เท่าของจำนวนนี้ และมีแนวโน้มเปิดตัวมากขึ้น (ตามการปรับพอร์ตการลงทุนของผู้ประกอบการรายเก่าๆ) ยังไม่นับผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่ยอมรับที่อยู่อาศัยที่ไม่ติดดิน จึงนับได้ว่าคอนโดมีปริมาณล้นตลาดอยู่พอสมควร (ปริมาณที่ล้นตลาดอยู่นั้นจริงๆแล้วใกล้เคียงกับช่วงก่อนฟองสบู่แตกปี 97 แถมช่วงนี้บาทไทยก็แข็งเหมือนกันซะด้วยสิ....)

ปัญหาการเก็งกำไรคอนโด ในระยะสั้นๆเช่น มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ไปจองคอนโดไว้โดยที่ไม่มีความสามารถในการผ่อนจริง หลายคนไม่รู้ตัวนึกว่าผ่อนดาวน์ได้ก็พอแล้ว แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็รู้ว่าผ่อนไม่ได้แต่หวังจะขายจองออกให้ได้ก่อนโอน โครงการไหนขึ้นใหม่ก็ไปจองเพิ่มเอาไว้อีก ในขณะที่การขายรีเซลลไม่ซื้อง่ายขายคล่องอย่างที่คิด เพราะดีมานเทียมนั้นโอเวอซัพพลายอยู่แล้ว โครงการใหม่ๆก็มีเกิดขึ้นคลอดเวลาด้วย สุดท้ายอาจถูกบังคับโอนได้ห้องที่ไม่อยากได้มาเป็นภาระ หรือในกรณีทิ้งดาวน์นั้นจะส่วงผลกับงวดเงินกู้จากแบงค์ทำให้โครงการขนาดใหญ่ๆที่ต้องก่อสร้างนานๆถูกระงับการก่อสร้างได้ หรือปัญหาในระยะยาวเช่น ปํญหาเรื่องความแออัด โครงการคอนโดส่วนใหญ่จะพยายามฟิกซ์ขนาดยูนิตห้องไว้ให้เล็ก เพื่อให้ออกมาขายในตลาดใหญ่ ราคาต่อยูนิตจะได้ไม่สูงมาก ในขณะที่การอยู่อาศัยร่วมกันนั้นไม่เคยอยู่ในความเรียนรู้ของคนไทย การเคารพสิทธิของคนอื่นและการรักษาสมบัติส่วนรวม เสียรบกวนเด็กร้องหมาเห่าจากข้างห้อง จะเห็นผลกับโครงการที่มีความหนาแน่นสูง ในขณะที่การเก็บค่าส่วนกลางจะเป็นปัญหาของโครงการขนาดเล็ก ระบบขนส่งมวลชนของกทม.นั้นยังใช้เป็นระบบหลักไม่ได้ และคงอีกนานกว่าจะครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ การใช้รถยนต์จึงยังเป็นความจำเป็นอย่างหลีเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี ที่จอดรถน่าจะเป็นปัญหาหลักที่เห็นได้ชัดที่สุดของคอนโดเนื่องจากกฏหมายควบคุมอาคารชุดของไทยในปัจจุบันนั้นกำหนดจำนวนที่จอดรถไว้ตามพื้นที่ขายคิดแล้วประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นของจำนวนยูนิตเท่านั้นเอง (โครงการไหนที่บอกว่า 60-70 เปอร์เซ็นแปลว่าเค้านับรวมจอดขวางไปด้วยแล้ว) ยิ่งโครงการที่มีสัดส่วนห้องเล็กมากที่จอดรถก็จะยิ่งน้อยตามไปนั่นเอง ปัญหาจากการให้เช่าห้องในระยะยาวก็ดูจะไม่มั่นคง ความต้องการเช่านั้นในพื้นที่หนึ่งๆไม่เปลี่ยนไปมาก อยู่บนพื้นฐานของปริมาณงานที่อยู่ในบริเวณเป็นหลัก ในขณะที่มีหอพัก,อาพารต์เม้นต์หรือเซอร์วิสอาพารต์เม้นต์รองรับอยู่ด้วย และอัตราการเพิ่มเรื่อยๆของห้องเปล่าที่จะมาให้เช่า จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่จะคงจำนวนและราคาเช่าในระยะยาวได้ การผ่อนคอนโดปัจจุบันแบงค์ให้กู้ที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่าสิบล้านบาทแทบจะร้อยเปอร์เซ็นและให้ระยะเวลาผ่อนยาวสูงสุดถึงสามสิบปี นั่นหมายถึงหนี้ก้อนมหาศาลชั่วชีวิตแลกกับห้องรูหนูขนาด 30 ตรม. ต่อให้ดอกเบี้ยในปัจจุบันยังถูกอยู่แต่ในระยะเวลา 30 ปีก็ไม่แน่จะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง และหลังจากสามสิบปีสำหรับโครงการหนาแน่นสูงก็ไม่รู้สภาพจะเหลือซักเท่าไหร่

เท่าที่เขียนมานั้นคงยังไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหาและสถานการที่กำลังเกิดขึ้น (แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้วเมื่อยมือ) หวังว่าเพื่อนๆในห้องนี้ที่สนใจซื้อคอนโดอยู่ จะได้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงและตัดสินใจอย่างรอบคอบขึ้นได้บ้าง ที่อยู่อาศัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่มันก็ไม่ใช่ตลาดหุ้นที่จะเข้ามาทำกำไรกันจริงจัง (ตลาดหุ้นเองก็ไม่ใช่ว่าใครจะได้กำไรซักเท่าไหร่) กำไรที่ได้มากก็มาจากผู้บริโภคอื่นที่มาซื้อต่อ ไม่ได้เป็นการสร้างงานหรือสินค้าใดๆ ยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายทางอ้อมแก่อุตสาหกรรมที่รองรับ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ซื้อคอนโดเฉพาะเอาไว้อยู่จริงเท่านั้น จะช่วยให้ตลาดคอนโดมีราคาที่เป็นจริงมากขึ้น และผู้ประกอบการก็จะมาแข่งขันกันที่คุณภาพเพิ่มขึ้น ให้ผู้บริโภคได้โปรดักที่มีคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลจริงในระยะยาว..... เอวัง
Very Happy

ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย

เข้า Web Board ของ IVY Ratchada ง่ายๆที่นี่เลย
http://ivycondo.prakard.com


CoVariance
Posted: Tuesday, June 12, 2007 12:31:06 PM


Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 22/05/2007
Posts: 634
Location: Ivy Ratchada Condominium
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
อะไรที่มันเกินไป ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ย่อมส่งผลเสียตามมาไม่เร็วก็ช้าครับ
ป.ล.1 สาธุ ขออย่าให้มีคนมาเก็งกำไร Ivy ของเราเลย
ป.ล.2 เอาไปโพสไว้ที่ห้องรวมแล้วคะครับ http://www.prakard.com/default.aspx?g=posts&t=24406


The more you THINK, the less you FEEL.
ฺB007
Posted: Tuesday, June 12, 2007 4:45:53 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

มันมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่จะต้องพิจารณาตัดสินใจว่าควร หรือไม่ควรในการลงทุน
ผู้ซื้อจะต้องศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบทุกมุมมองก่อนตัดสินใจ
ซึ่งมุมมองแต่ละมุมของแต่ละบุคคลนั้นน้ำหนักความสำคัญก็จะต่างกัน

Ob1
Posted: Tuesday, June 12, 2007 8:07:04 PM


Rank: Member
Groups: Member

Joined: 27/03/2007
Posts: 324
ผมว่าความเห็นที่ 24 น่าสนใจกว่านะครับ ขออนุญาติก็อปมาอีกที


ตามมาขอพูดถึง แบบ ไม่ต้องเจาะลึก ขอแบบ เว้าซื่อ ๆ กันตามหัวข้อกระทู้เลยนะคะ....

ปอลอ สิ่งนี้จากใจคนจน จน

"มันเจ็บใจคะ มันเจ็บใจเหลือเกิน เจ็บใจมาก ๆ ที่แม่เราไม่รวย พ่อก้ไม่มี ญาติไม่มีน้ำใจ มันเจ็บใจนะ เจ็บใจจริง ๆ"

ครั้งนึงเราเคยคิดว่า คอนโด มีไว้เพื่อคนที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกล ๆ อยู่ ต่อมาวันนึง เราก็คิดว่า คอนโด ห้องเล็กมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเนี่ย ราคาล้านต้น ๆ มันก็เพื่อคนที่กำลังปรับตัวจากความจนหนีไปหาชนชั้นกลางได้ย้ายชีวิตของตัวเองขึ้นมาอยู่ ต่อมา...สองปีให้หลัง คอนโดมีไว้ให้คนมีเงินเค้าซื้อไว้ลงทุน ซื้อไว้ปล่อยเช่า....

ในฐานะเรานะคะ กว่าจะเรียนจบ ให้แม่ลำบากแทบตาย ก็อย่างที่บอก พ่อไม่มี แม่ไม่รวย ญาติไม่มีน้ำใจ เราไม่มีหรอกคะ เงินดาวน์ เงินเก็บ เสตทเมนท์ ไม่มีหรอก จะหาจากไหน ตอนฟองสบู่แตก แม่ก็แย่จนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ทรัพย์สินหลักฐานอะไรในเมืองไทย ไม่มีให้ลูกยึดเหนี่ยวเลย ลูกสาวของแม่เช่าห้องพักไปเรื่อยเปื่อย เพียงเพื่อเรียนให้จบ

สตาร์ทเด็กจบใหม่ก็แค่ 12000 นี่ก็ว่าหรูแล้วนะ ค่าเช่า 3000 ค่าโทรศัพท์ 1000 กินอยู่ 4000 นั่งแต่รถเมล์ไม่ติดแอร์ เหลือสี่พัน ซื้อของเข้าห้องอีกหละ อะให้พันนึง เหลือสามพัน อ้าวเวนกำ เดือนนี้มีงานวันเกิดเพื่อน อะ หักสองร้อย เหลือ สองพันแปด อ้าว เวนกำหนักเข้าไปอีก เป็นผู้หญิงต้องใช้ครีมเคิมกะเค้าบ้าง เดือนละห้าร้อย ก็จะร้องไห้แล้วคะ อะ เหลือสองพันสาม เจียดมาก พยามที่สุดในชีวิต เอาเข้าแบงค์หนึ่งพัน ชาตินี้ ไม่ตายไม่ถอน

โอ้ว เจ้าประคุณลุนช่องขา....อิฉันเหลือเงินสำรองให้เกิดเหตุฉุกเฉินแค่ 1300 บาท (โทษทีนะคะ เราไม่เก่งเลข อาจจะคิดไม่ค่อยถูกนะคะ)

หนึ่งปีผ่านไป เงินเดือนขึ้นหนึ่งพันบาท ทำงานมาสี่ปี ไต่เต้าแทบตาย เงินเก็บยังเข้ามาไม่ถึงเลยคะ มีกันไม่ถึงห้าหมื่นหรอก

สาบานได้ ว่านี่ชีวิตจริง ๆ ของคน ไม่ใช่เราเพียงคนเดียว แต่เพื่อน ๆ เราก็เป็นแบบนี้กันเยอะ

พอเห็นโครงการดีดี เปิดจอง ตัดสินใจแทบตาย กำสมุดบัญชี เหงื่อไหลอาบหน้า เราต้องเปลี่ยนเงินค่าเช่าเป็นทรัพย์สินให้ได้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ....

คุณรู้ไหมคะ กว่าที่เราจะกรีดเลือดเนื้อของตัวเองออกมากันได้เนี่ย....ห้าหมื่นที่เก็บกันมานานแสนนาน จะจองทรัพย์สินแรก ไม่รู้จะสุดท้ายไหม เพื่อจองคนโดเนี่ย ไอห้องมุมดีดี ที่ชีวิตยาว ๆ ของเรานี้จะฝากฝัง พี่พี่ก็ซิวไปหมดแล้ว นี่ไม่ได้มาตำหนินะ แต่ว่า ก็อย่างที่บอก มันเจ็บใจ อะ ถ้าอย่างนั้น รอโครงการใหม่แล้วกัน เราอยู่ทั้งชีวิต แต่พี่เค้าซื้อปล่อยเช่า เรามันด้อยวาสนา รอไป เหลือแต่มุมที่ไม่ดี แดดส่องเอย ฮวงจุ้ยแย่เอย สวนไม่สวยเอย วิวไม่ดีเอย แต่จะทำไงหละ เราต้องอยู่อีกทั้งชีวิตอ่ะ

รอโครงการใหม่กลับกลายเป็นการรอให้ตลาดมันพุ่งขึ้น ทุกวัน ทุกวัน จากที่สองสามวันไปดูได้ กลายเป็นตีสี่ กำไอสมุดบัญชีของเราไปแย่งกะเค้า แล้วก็ไม่ได้

คงมีคนถาม ทำไมไม่ซื้อมือสองหละ...แบงค์เค้าไม่ปล่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนซื้อใหม่นิคะ มีห้าหมื่น จะซื้อได้ไง

คงมีคนถาม ถ้างั้นก็ผ่อนดาวน์สิ มีเยอะแยะ เลือกได้ พวกเราไม่เลือกเอง....งั้นให้คุณคำนวณใหม่ ผ่านมาสี่ปีแล้ว เต็มที่เลยนะ เงินเดือนสองหมื่น นี่ขึ้นแบบสุด ๆ แล้วนะ ...จ่ายค่าเช่าที่เก่า เพราะของใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ สามพัน (ห้องไม่มีแอร์ด้วย) เหลือ หมื่นเจ็ด จ่ายค่าผ่อนดาวน์ที่ใหม่ด้วย 8000 อ้าว เหลือ เก้าพันแล้ว ค่าโทรศัพท์ พันนึง ค่าของใช้เข้าห้อง พันนึง เงินเก็บตัวเองสักหน่อยพันนึง อ้าว เหลือหกพันแล้ว กินอยู่ค่าเดินทาง สำรองฉุกเฉินหละคะ หกพัน กะข้าวราดแกงสองอย่าง 40 บาททุกวันนี้อ่ะ คนที่ใช้เงินแค่นี้มีจริงในกรุงเทพนะคะ..... มันเป็นไปไม่ได้อ่ะ นี่มัน MISSION IMPOSSIBLE สำหรับพวกเรา

กระเบียดกระเสียนสุดชีวิตนะคะ เรารอดผ่อนดาวน์ไปได้..แต่เราไม่รอดตอนโอน สารพัดค่าใช้จ่าย คุณเองต่างรู้ดีแก่ใจตอนโอน โอนแล้ว ตอนผ่อนเปลี่ยนเป็นเดือนละหมื่นขึ้น ไม่มีเงินซื้อแม้แต่ตู้เย็น แม้แต่หมอนสักใบ

ที่พูดมาทั้งหมดนี่ ไม่ใช่ชีวิตเราหรอกนะคะ แต่เป็นเพื่อนเราสองสามคน ที่ทุกวันนี้นั่งปรับทุกข์กันเรื่องนี้ เราสงสารเพื่อน แต่เราก็ไม่รู้จะช่วยไง เราเองอ่ะ พยามแนะนำเพื่อนทุกอย่าง เฮ้ย โอทีเพิ่มไหม ทำพาร์ทไทม์ไหม ไปทำแมคเพิ่มไหม เฮ้ย พิมพ์รายงายด้วยเอาไหม ทำทุกทางอ่ะ มันไม่มีวันพอ ที่บอกมาข้างบนเนี่ย สี่ปีที่ผ่านมา คนพวกนี้ต้องไม่ป่วย ไม่เจ็บเลยนะคะ ไม่แม้แต่หวัด

"คอนโดไม่ใช่การลงทุน (สำหรับพวกเรา) ถ้าไม่ได้อยู่จริง อย่าซื้อ (พวกเราขอร้อง)"

นี่ต่างหาก ความในใจของคนที่เค้าลำบาก

กระทู้พวกที่บอกว่า ไม่อยู่พวกพี่ซื้อทำไม ตั้งที่ไรโดนกระซวกเละทุกที เราก็นั่งมองสะท้อนใจ คนที่เค้าไม่ไหวเนี่ย เค้าก็ทรมานและอึดอัดมาก ๆ เลยนะคะ
โปรดเห็นใจคนพวกนั้นบ้างเถิด

สิ่งที่เราจะบอกคือ เราติดใจ (พึงพอใจ) กับชื่อกระทู้นะคะ มันตรงใจจัง แต่หาได้จะกระทบกระแทกอะไรเพื่อน ๆ ในห้องนี้เลย กลับกัน เพราะเพื่อน ๆ ในห้องนี้ต่างหาก ที่ทำให้เรามีความรู้เรื่องอสังหามากขึ้นขนาดนี้ เรากลายเป็นคนที่เพื่อนเลือกจะปรึกษา การเก็บเอาความรู้แบบครูพักลักจำของเราจากเพื่อน ๆ ที่นี่ ช่างเป็นสิ่งที่ดีงามเหลือเกิน

ย้ำว่าสิ่งที่จะบอกก็คือ เห็นชื่อกระทู้แล้วมันสะท้อนให้คิดถึงเวลาที่เพื่อนเราเค้านั่งเศร้า แววตาเปี่ยมความหวังที่ยังสู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็ได้แค่นั้นเพราะฝันนั้นมันไกลเค้าเหลือเกิน.........ตราบเท่าที่ผู้ซื้อไม่ได้อยู่จริง ผู้อยู่จริงไม่มีวันเข้าถึงและได้ซื้อ...วงเวียนของกระทู้แบบนี้คงไม่มีวันจบไป

พอเข้ามาอ่านแล้วก็รู้ว่าเป็นเรื่องของการวิเคราะห์เศรษฐกิจก็รู้สึกประทับใจ ดีจัง วันนี้เราได้ความรู้อีกแล้ว ก็ขอขอบคุณผุ้ตั้งกระทู้ และผู้ที่เข้ามาตอบกระทู้ทุกคน ที่มีทั้งแง่บวก แง่ลบ จุดเสนอ จุดหักล้าง ให้ผุ้ฟังการโต้วาทีอย่างเราได้ชั่งใจและตัดสินใจด้วยเหตุผลที่ตนเห็นว่าเป็นจริง

สิ่งที่พวกคุณความเป็นจริงจะว่าไปก้เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจเอย ทำให้คนงาน (แรงงาน) มีงานทำเอย ทำให้คนจน เค้าได้พยามขึ้นไปอีก พยามแปดสิบ ต้องเปลี่ยนเป็นร้อย พยามร้อยต้องเปลี่ยนเป็น 120 เค้าถึงจะมีวันได้เอื้อมถึงดวงดาวที่ชื่อว่า "สังหาริมทรัพย์" กระดาษ 80 แกรม ที่มีชื่อของพวกเค้าสักวัน............



ปอลอ ข้าพเจ้าขออภัย หากเป็นการทำให้พวกคุณรู้สึกโกรธไปบ้าง ว่าข้าพเจ้ามาต่อว่า แต่สาบานด้วยใจจริง ข้าพเจ้าเคารพสิทธิทุกอย่าง ไม่ได้ต่อว่าอะไรเลย แต่อยากสะท้อนอีกมุมของคนที่เห็นหัวข้อกระทู้แล้ว มีความคิดเห็นที่ต่างออกไป

ขอแสดงความนับถือ
เด็กหญิงมีมี่

**ปรับปรุงข้อความเพราะพิมพ์ผิดคะ** แก้แล้วก็ยังไม่รู้ถูกหมดไหม ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ
แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 50 19:02:01

จากคุณ : มี่จัง (เด็กหญิงมีมี่)




papa007
Posted: Wednesday, June 13, 2007 8:29:48 AM


Rank: Advanced Member
Groups: Ivy Ratchada Condominium Moderator

Joined: 03/05/2007
Posts: 3,561
ง่ากำลังจะไป cop มาลงเหมือนกันค่ะ โดนใจมากๆค่ะ คุณ Ob1 Laughing ขอบคุณมากๆค่า

ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย

เข้า Web Board ของ IVY Ratchada ง่ายๆที่นี่เลย
http://ivycondo.prakard.com


ดีมาก
Posted: Friday, March 21, 2014 9:56:44 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

กระทู้เต็มๆ
http://topicstock.pantip.com/home/topicstock/2007/06/R5495981/R5495981.html
Forum Jump
You can post new topics in this forum.
You can reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.