Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Condo / Condominium - คอนโด คอนโดมิเนียม » New Petchburi / Rama 9 / Ratchadapisek Area » Lumpini Ville Cultural Center » คำสารภาพของผู้ที่เคยทำงาน ที่สำนักงานรับจ้างทวงหนี้

คำสารภาพของผู้ที่เคยทำงาน ที่สำนักงานรับจ้างทวงหนี้ Options
แฟนพันธุ์(ท้อ)แท้
Posted: Thursday, April 12, 2007 3:18:59 PM

Rank: Newbie
Groups: Member

Joined: 27/02/2007
Posts: 16
Location: LPN (Cultural Center), Bangkok, Thailand
เท็จจริงยังไงใช้วิจารณาญาณเอานะครับ เผอิญท่องเว็บแล้วเจอ จึงนำมาฝาก ..... เผื่อคนหัวอกเดียวกัน หุ ๆๆ




ภาค 1

ในฐานะที่ผมเคยทำงานกับสำนักงานรับจ้างทวงหนี้หลายสำนักงาน เหตุที่ต้องออกและบอกกับตัวเองว่าจะไม่ไปทำงานกับสำนักงานดังกล่าวอีกเลย เพราะบังเอิญไปทวงกับญาติกับเข้า แต่ใช้คนละนามสกุล ที่รู้ เพราะวันหนึ่ง กลับไปเยี่ยมบ้าน และได้พบกับญาติคนดังกล่าว ได้มาถามว่าเราทำงานอะไร เราก็บอกว่าทำงานที่สำกงานทนายความ ทางญาติจึงได้เล่าให้ฟังว่า เป็นหนี้บัตรเครดิต และถูกทวงถามด้วยวาจาหยาบคาย และด้วยวิธีการต่างเหมือนบุคคลอิ่นที่โดน ที่ได้โพสมาระบายบนเว็บนี้ พอผมกลับไปครวจสอบชื่อ ปรากฏเป็นคนที่อยู่ในความรับผิดชอบของผมเสียด้วย และเป็นคนที่โทรไปจริง และได้พูดจาตามที่ญาติคนดังกล่าวได้ปรับทุกข์ให้ฟังจริง ผมนี่พูดอะไรไม่ออกเลย เลยตัดสินใจลาออกจากงานดังกล่าวแล้ว และตอนหลังผมไม่พยายมพูดคุยกับญาติคนนั้นอีกเลย เพราะกลัวเขาจำเสียงได้

ผมจึงขอเล่าหลักสูตรได้รับการอบรมมาในการเริ่มต้นทำอาชีพให้ทราบดังกล่าวคือ สำนักงานที่ผมทำงานอยู่ จะรับจ้างทวงหนี้เกือกทุกแบ็งค์ เช่น แสตนดาร์ชาร์เตอร์ ฮ่องกงแบ็งค์ ซิตี้แบ็งค์ อิออน อีซิไบ คือหัวใจของคนทวงหนี้ จะมีปรัชญาในการทวงหนี้ว่า ทวงอย่างไรก็ได้ขอให้ได้ แม้ว่าทางลูกหนี้ จะอ้างเหตุอย่างไร อย่าไปใจอ่อน เช่น ลูกป่วย ไม่มีเงินจริงๆเลย รายได้ไม่มี กำลังตกงาน เพราะต้องท่องไว้ในใจว่า เราไม่ใช่ปอเต็กตึ้ง วิธีการทวงที่ได้รับการอบรมมา ก็เหมือนกับที่ทุกคนโดนนั้นแหละ แต่ขอให้คำแนะนำเคล็ดลับเรื่องหนึ่ง ต้อง ตอบโต้ก็คือ ถ้าถูกทวงด้วยวิธีการรุนแรง ต้องรุนแรงตอบ เช่นถ้าถูกด่าก็ด่ากลับไป สังเกตุพวกนี้ จะไม่ยอมบอกชื่อจริง และเบอร์ติดต่อกลับ อย่าหงอเป็นอันขาด โดยเฉพาะ ถ้าแกล้งบอกว่าจะมาหาถึงที่ทำงาน ไม่ต้องกลัว แค่คำขู่เท่านั้น ถ้ามาก็อย่าให้เข้าบ้าน หรือที่ทำงาน สามารถแจ้งตำรวจจับในข้อหาบุกรุกได้ทันที มีครั้งหนึ่งหัวหน้าให้ไปตามเก็บเงินกับลูกหนี้รายหนึ่ง พอไปที่บ้านผมแทบจะช็อก เพราะคนนั้น อาชีพรองเป็นคนคุมวินมอเตอร์ไซ้ด์ ผมถูกเตะ ถูกซ้อม และยังถูกแจ้งตำรวจจับในข้อหาบุกรุกเสียอีก แต่ผมหนีทัน เพราะที่ต้องทำกันอย่างนี้ ส่วนหนึ่งต้องทำเวลา ถ้าเก็บไม่ได้ตามเวลาที่ผู้จ้างกำหนดไว้ เขาก็จะเปลียนสำงานใหม่ แต่ถ้าได้ก็จะมีลูกหนี้รายอื่นส่งมาเรื่อยๆ และผมก็ได้ส่วนแบ่งตามเปอร์เซ็นต์ที่เก็บได้เช่นกัน แต่ถ้าไปเจอลูกหนี้ท้าให้ฟ้อง ผมกลับไม่ชอบ เพราะมีหวังอดได้เปอร์เซ็นต์ และจาก การถามทนายที่ประจำบริษัท ส่วนมากที่ฟ้องไปแล้ว โอกาสได้ตามฟ้องยิ่งยากใหญ่ เพราะเหตุว่า แม้ศาลพิพากษาให้จ่าย แต่ส่วนมากจะเลยมักจะไม่มีจ่ายเสียมากกว่า อายุความก็แค่10ปีจากวันศาลพิพากษา และในระยะหลัง ก็ยึดทรัพย์ก็ลำบาก มีการแก้ไขกฏหมายที่เป็นคุณต่อลูกหนี้มาก โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่เจ้าบ้านเองแล้ว ยิ่งลำบากใหญ่ ท้ายทีสุดผมจึงให้คำแนะนำกับลูกหนี้ทั้งหลาย ว่าต้องโต้ตอบกับคนที่ทวงหนี้เลวด้วยวิธีการเลวๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรืออะไรก็ได้ เอาวิธีการที่เขาทำกับเราให้ย้อนศรกลับไป และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเขาโทรมาอย่าปิดโทรศัพท์เป็นอันขาด ต้องรับโต้ตอบจนมันวางไปเอง และเรื่องที่ไปฟ้องหัวหน้าพวกมัน อย่าทำเสีย ค่าโทรเปล่า ลองคิดดูว่า ถ้าหัวไม่ส่าย หางจะส่ายได้อย่างไร และ ถ้าเป็นไปได้ควรจะไปแจ้งกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ถ้ามีการเทปไว้ยิ่งดีใหญ่ เพราะพวกผมกลัวเรื่องถึงตำรวจมาก เพราะที่ทำอยู่มันผิดกฏหมายทั้งสิ้น



ภาค 2 รู้เท่าทัน ผู้รับจ้างทวงหนี้

ตามที่ผมเคยโพสหัวข้อเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่23/10 ลำดับที่01007นั้น ภาคนี้ผมจะขอสรุปเป็นแนวทาง เพื่อจะให้ผู้ที่เป็นหนี้ ได้ซัดกับผู้รับจ้างหนี้ทวงหนี้ ที่มีนิสัยเลวๆได้ ผมขอตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า" รู้เท่าทัน ผู้รับจ้างทวงหนี้"

1. ประการแรกถ้ามีผู้โทรเข้ามา และอ้างว่า ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หรือไม่ใช่ ก่อนจะพูดอะไร บอกให้บุคคลนั้น บอกชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรสำนักงานของเขา ผมเชื่อว่าพวกมันจะไม่ยอมบอกเด็ดขาด อาจบอกเฉพาะชื่อเล่น เพราะในฐานะที่เคยทำงานสำนักงานดังกล่าว ทางหัวหน้า กำชับเด็ดขาด ห้ามบอกเบอร์ธรรมดา ให้กับลูกหนี้ ที่เราทวงถามเด็ดขาด เพราะถ้าลูกหนี้รู้เบอร์ เกิดมีเรื่องเข้าข่ายถูกแจ้งความกับตำรวจนั้น ตำรวจสามารถติดตามไปเบอร์ดังกล่าวได้ แต่ถ้าเขาโทรมาก่อกวนอีก เราก็เปลียนโทรศัพท์เป็นระบบสั่นก็หมดเรื่อง และพอเวลามีผูโทรมาให้ดูเบอร์ที่โทรมา บนจอถ้าไม่มีเบอร์โชว์ ก็ไม่ต้องไปรับ กดทิ้งไปเลย

2. หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกมันจะมาพยายามโทรมาด่าว่า พูดจาหยาบคาย แม้ว่าเราไม่เป็นคนเช่นนั้นเราก็ต้องสวมบทผู้ร้ายมั่งละ เราต้องอย่าไปยอมให้มันด่าข้างเดียว แค่จงด่ากับมัน และถ้าโดนทวงหนี้ในลักษณะนี้ ถึงมีก็ไม่ควรให้ เพราะถ้ายอมจ่ายเพราะกลัวมัน ก็จะกลายบรรทัดฐานที่พวกมันจะใช้กับคนอื่นต่อไป

3. ถ้ามีการบอกว่าจะมาเก็บที่บ้านหรือที่ทำงาน ก็ไม่ต้องให้ เพราะเราไม่รู้ว่า ถ้ามันรับไปแล้ว จะเอาเข้ากระเป๋าหรือเปล่า และต่อไปมันก็จะมาอีก

4. ถ้าผู้ที่มีบัตรหลาย อาจตัดความรำคาญอาจจะยอมเบิกจากใบนี้ มาจ่ายใบโน้น แค่คิดก็ผิดแล้ว เพราะดูจากสถิติที่สำนักงานของผม ในที่สุดก็จ่ายไม่ได้ สู้เก็บเงินเอาไว้ เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจะดีกว่า

5. ถ้าเห็นว่าเราไม่มีทางจ่ายจริงๆ สู้ให้เจ้าหนี้ฟ้องดีกว่า เวลาถูกฟ้องควรไปตามที่ศาลนัด ถ้าไม่มีค่าทนายก็ไปเอง เพื่อเราจะสามารถต่อรองได้ และศาลจะเห็นใจเรา ถ้าเราสามารถแจกแจงให้ศาลฟังว่า เราไม่มีจริงๆ และถ้าตกลงกันได้ให้ผ่อนน้อยที่สุด ให้รับปากไปก่อน ถ้าภายหลังไม่สามารถจ่ายได้ตามที่ตกลง ก็ไม่เป็นไรก็จะเสียแค่ดอกเบี้ยเท่านั้น



ผมคิดว่าคุณคงไม่สมบัติอะไรจะให้ยึดอีกแล้ว แต่ถ้าเราหนี้ต่อรายเกินล้านบาท และไปเจอเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย เราห็จะเหมือนกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง เพราะภายใน3ปี เราก็จะพ้นจากล้มละลาย และหนี้ต่างที่เรามีอยู่ ก็จะหมดไปโดยตามกฏหมาย ที่ผมเล่าให้ฟังมานี้ ผมคิดว่าอาชีพทวงหนี้นั้น มันสอนให้เราเป็นแข็งกระด้าง และก็หยาบคาย ก็ขนาดบางทีผมคิดว่า ทำไมเรากล้าพูดจาหยาบคายกับลูกหนี้ กลับบ้านต้องเปลืองยาบ้วนปาก จนบางทีเผลอตัว ไปพูดกับแฟนก็เจอมาแล้ว ผมยังคิดว่า ถ้าแฟนผมรู้ว่า พูดมีอาชีพเช่นนี้คงจะบอกเลิกกับผมแน่

ผมจึงขอให้กำลังใจกับลูกหนี้ทุกคน และขอให้นำแนวทางที่เล่าให้ฟัง ไปฟาดกับ ผู้ทวงหนี้เลวๆเช่นที่หลายคนโดนแล้ว และพวกนี้จะได้หมดไปจากสังคมไทยเสียที และผมเชื่อว่า ทุกคนที่เป็นหนี้ ที่ไม่มีจ่ายนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะโกง แต่เป็นเพราะความประมาท และหนี้รายเล็กๆขนาดนี้ ไม่มีวันที่จะให้ธนาคารเจ๊งหรอก ที่เจ๊ง ก็เพราะปล่อยให้พวกลูกหลาน และพรรคพวกของตัวเอามากกว่า



ภาค 3 รู้ทัน สำนักงานทวงหนี้โหด

ต่อไปนี้คงเป็นภาค 3 ในหัวข้อดังกล่าว และเพื่อที่จะให้ลูกหนี้"รู้ทัน สำนักงานทวงหนี้โหด" ก่อนอื่นผมยอมรับว่า เว็บนี้มีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหา ไปเจอผู้ทวงหนี้ โหด ที่ขาดจริยธรรมอย่างมาก อย่างน้อยผู้ที่เจอปัญหาดังกล่าว คงพบทางออกอยู่บ้าง แม้จะยังไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ แต่คงจะมีความสุขกับการเป็นหนี้ ดีกว่าอยู่อย่าง ความหวาดระแวง ความทุกข์ และอะไรอีกหลายเรื่อง ล้วนเป็นมลพิษแก่สภาพจิตใจ
เชื่อผมเถอะ อีก10ปีถ้าเรามีเงินแล้ว ค่อยไปใช้หนี้ก็ยังไม่สายเกินไป


เรื่องประสพการณ์จากที่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน ประเด็นหลักๆ ก็เคยเขียนบอกไปแล้ว แต่ในตอนนี้พูดถึงรายเอียดบางเรื่อง ที่รวบรวมมาจาก ที่ได้อ่านพบในเว็บนี้ต่อไป

ผมเคยทํางานมาหลายสำนัก แต่หลักๆวิธีการในการทวงหนี้ ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไร มีปรัชญาอย่างเดียวว่าทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้ลูกหนี้ ยอมจ่าย เพราะฉะนั้น ลูกหนี้ก็เจอเลยสารพัดวิชามาร108 มาว่าถึงรายได้ที่ ธนาคารเจ้าหนี้แบ่งให้มีตั่งแต่ 30-50%ก่อนฟ้องศาล แต่ถ้าหลังจากฟ้องศาลแล้ว จะได้ส่วนแบ่งเกือบ100%ที่ได้มาก เนื่องจากทางธนาคารเจ้าหนี้ จะตัดเป็นหนี้สูญออกจากระบบบัญชีไปแล้ว จากหนี้ที่ทวงได้ ส่วนมากที่รับอยู่ เป็นธนาคารต่างประเทศ เช่นซิตี้แบ็งค์ แสตนดาร์ดชาร์เตอร์ ฮ่องกงแบ๊งค์ ส่วนไม่ใช่ธนาคารก็คือ อีซี่บาย อิออน เพราะฉะนั้น จึงไม่พยายามฟ้องลูกหนี้ และที่ฟ้องไปโอกาสที่จะได้ยิ่งน้อยมาก ผมทำงานอยู่เงินเดือนไม่กี่พัน รายได้หลักก็มาจากส่วนแบ่งในการทวงหนี้
รหลายคนคงสงสัยว่า แม้ลูกหนี้จะย้ายที่ทำงานแล้วก็ตาม แต่ทำไม่ถึงตามได้ เพราะว่า ตราบใดที่ลูกหนี้รายนั้น ยังต้องส่งประกันสังคมอยู่ ก็สามารถไปซื้อข้อมูลจากเจ้าหนี้ประกันสังคมได้ โดยการจ่ายชื่อละ100บาท เพราะแม้ว่าจะไปเปลียนชื่อก็ตาม แต่เราติดตามโดยดูจากหมายเลขบัตรประชาชานนั้นเอง หมายเลขบัตรนี้ จะเป็นหมายเลขเดิมตั่งแต่เกิดจนตาย


ถ้าลูกหนี้ทำงานในบริษัท โดยปกติก็จะต้องต่อโทรศัพท์ผ่านโอเปอร์เรเตอร์ ถ้าคุณมีความสัมพันธ์อันดีกับโอเปอร์เรเตอร์ ส่วนมากเขาจะช่วยโดยอ้างว่าไม่อยู่ แต่ให้ฝากเบอร์โทรกลับ ส่วนมากผมก็จะไม่ฝาก แต่จะพยายามโทรไปใหม่ บางทีหลายครั้ง เพื่อไม่ให้จำเสียงได้ก็ต้องให้คนอื่นโทรไปบ้าง แต่เคยเจอลูกหนี้รายหนึ่ง พอรับแล้ว ไม่ยอมพูดอะไร แต่ถ้าพูดก็จะพูดใส่โทรศัพท์ไปคนละเรื่อง จนผมต้องวางไปเอง บางครั้งผมจะส่งจดหมายหรือแฟ็กซื และ แกล้งประจานลูกหนี้ เหมือนหลายคงเคยโดน แต่ก็ถูกสวนกลับมาเจ็บเหมือนกัน เช่นมีจดหมายมายังตัวผม เอาข้อความที่เขียนขู่ไว้ มาเขียนให้ผมบ้าง เช่นแกล้งบอกว่า จะไปยึดทรัพย์บ้าง เขียนด่าคำหยาบไป แต่เขาก็เขียนกลับมาด่าผมบ้าง และผมจึงเคยเขียนในภาคก่อนๆว่า "เวรต้องระงับไปด้วยการจองเวรเท่านั้น" ถ้าเวลาไปเจอลูกหนี้ โต้กลับมาแรง ใจจริงผมก็ขยาดเหมือนกัน และลูกหนี้รายดังกล่าว ก็จะโยน ให้พนักงานอนอื่นรับไปทำแทน

ส่วนเรื่องการประนอมหนี้ โดยหลอกให้ลูกหนี้ยอมจ่ายมานั้น ถ้าไม่แน่ใจ ท่านไม่ควรกระทำเป็นอันขาด นอกจากคุณต้องให้เขาแสดงหลักฐานว่าได้มอบอำนาจอย่างถูกต้อง เคยเจอเหมือนกัน บางทีเราทวงเสียเพลิน แต่ท้ายที่สุดได้ทราบว่า ลูกหนี้รายนั้น ทางเจ้าหนี้ ได้เปลียนไปให้สำนักอื่นทวงแล้ว เพราะเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณจะได้รับการทวงหนี้ ต่างสำนักกันบ่อยๆ แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน


เพราะฉะนั้น ขอสรุปตอนท้ายในภาคนี้ว่า ไม่ต้องกลัวสำนักงานทวงหนี้ เขาโยนก้อนหินมา เราก็ปามันกลับไป และขอย้ำว่า ถ้าไปเจอคนทวงหนี้เลวๆ มีก็ไม่ต้องจ่าย เพราะจะได้ช่วยลูกหนี้รายอื่นไม่ต้องเจอกับพวกนี้อีก แต่ถ้าเรากลัวจนยอมจ่าย มันก็ใช้วินี้กับลูกหนี้รายอื่นต่อไป และคำขู่ที่สามารถใช้ได้กับพวกผมได้ก็คือ ขู่ว่าจะไปแจ้งความ ถ้าผมทวงหนี้ใช้วาจาหยาบคาย
Mr.P
Posted: Thursday, April 12, 2007 4:13:42 PM


Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 29/11/2006
Posts: 1,970
Location: LV CC
จิงป่าวไม่รู้

แต่ขี้เกียจอ่านง่ะ Doubt

u37cap
Posted: Sunday, April 15, 2007 11:25:11 AM


Rank: Advanced Member
Groups: Lumpini Ville Cultural Center Moderator

Joined: 02/05/2006
Posts: 1,437
Location: Bangkok
นี่ยังแค่นักทวงหนี้ระดับธรรมดา ญาติผมทำงานฝ่ายทวงหนี้ให้แบงค์
เค้าบอกว่าไปทำงานมี รถ + ปืน ให้เป็นสวัสดิการ

ทวงกับลูกหนี้ไม่ได้ ก็ไปกดดันกับ ลูก เมีย ครอบครัวของลูกหนี้
ผมว่าทางที่ดีก็อย่าเป็นหนี้ดีกว่าครับ

คนไทยหลายคนน่าสงสาร เพราะไม่มีคนมาให้ความรู้ที่ถูกต้อง ว่าควรจะจัดการผ่อนชำระหนี้ยังไง
เลยต้องเอาบัตรนู้นมาผ่อนบัตรนี้ให้วุ่นวาย สุดท้ายก็ไม่มีจ่ายทั้งหมดอยู่ดี

จำคติง่ายๆ ไว้นะครับ "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย อยากได้มาทวงเอา" Bad Grin

E-mail: (ต้องการติดต่อกรุณา PM มาขอครับ)
เป็นหนี้เหมือนกันค่ะ
Posted: Monday, January 17, 2011 9:42:04 AM
Rank: Guest
Groups: Guest

เคยเป็นหนี้บัตรเครดิต..โดนทวงมากๆ ประมาทกับการใช้เงินไปหน่อยขอบคุณมากค่ะ..ได้ความรู้ไว้ระวังตัวได้อีกเยอะเลย
ดดด
Posted: Sunday, May 22, 2011 12:35:34 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

เคยคุยกับคนขับแทกซี่ว่าเขาเคยเป็นคนทวงหนี้ วันหนึ่งไปทวงหนี้กับครอบครัวที่ป่วยลูกทำงานห้างส่วนแม่ป่วยใกล้จะตาย จำเป็นต้องกดเงินมาค่าโรงพยาบาล ทั้งๆที่ก็สงสารแต่ไอหัวหน้าทีมใจดำมันบอกยังไงก็ต้องจ่ายทั้งด่าทั้งขู่ ตามไปทวงยันโรงพยาบาล สุดท้ายทนไม่ไหวต้องออกจากโรงบาลไปเอาค่าหมอไปใช้หนี้แทน พี่เขาบอกเห็นแล้วทนไม่ไหวออกมาขับแทกซี่ดีกว่า
เจ้าหนี้
Posted: Tuesday, November 01, 2011 12:50:29 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

แต่ลูกหนี้ประเภทหน้ามึน มีแล้วไม่จ่ายก็มีนะคะ หาเงินได้ก็เอาไปกินเที่ยว แต่ตอนมายืมเงินแทบจะคลานเข้ามาหา ลำบากอย่างโน้นอย่างนี้
เจ้าหนี้เค้าก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน ยืมแล้วต้องคืนคะ ถ้า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย อยากได้มาทวงเอา ระวังจะกินลูกปืนแทนข้าวนะคะ
น้ำฝน (ร่มเกล้า) 0869764802
Posted: Thursday, February 02, 2012 9:55:43 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

เเห็นด้วยกับพี่ข้างบนค่ะ ตอนนี้ดิฉันเป็นเจ้าหนี้ค่ะ น้ำตาเล็ดและตกในทุกวันเลยค่ะ ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไปจิง ๆ ด่าตัวเองทุกวันว่าโง่ๆๆ ไม่น่าใจอ่อน เรื่องของเรื่องเป็นญาติกับเพื่อนสนิทค่ะ เค้ามาหลอกเพื่อนค่ะ ว่าตอนนี้จะโดนกระืทืบ เพราะเป็นหนี้ ร้อยละ 20 ต้องจ่ายเจ้าหนี้เดือนละเกือบ 20000 เค้าขายยำอยู่ที่ตลาดปากซอยหมู่บ้านเพรชเกษมเลยเดอะมอลล์บางแคค่ะแต่ยำขายได้ดีมีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 1500 บาทค่ะ บอกเพื่อนดิฉันให้หาคนซื้อที่ที่ขายของอยู่ตอนนี้ในราคา 160000 (เป็นที่ของจุดผ่อนผันค่ะ ซื้อขายไม่ได้ (เพิ่งทราบ) แต่แม่ค้าแถวนั้น จะทำการเซ้งที่กันเป็นปกติ) ดิฉันบ้านอยู่ร่มเกล้าค่ะ เป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีรายได้วันล่ะ 270 บาท เก็บเงินมานานมากเป็น6-7ปีค่ะ และต้องเลี้ยงดูลูกตามลำพังอีก 1 คน ดิฉันตั้งใจจะเก็บไว้สำหรับทำกิจการเล็กๆ ค่ะ ดิฉันได้ทราบเรื่องดังนั้น ก็อดใจไม่อยู่ค่ะ ต่อรองกันที่ราคา 120000 (เพราะมีแค่นี้) ตั้งใจว่าจะไปทำการค้าขายเอง และชำระค่าทำการโอนซึ่งดิฉันจ่ายไว้ให้เค้าอีก 20000ตามที่เค้าบอก เป็นทั้งหมด 140000 รวมค่าโอนเทศกิจ (ตามที่เค้าบอก) ซึ่งเค้าบอกจะหมดหนี้สินของเค้าทันที และขอเช่าที่ขายของต่อโดยยินยอมจ่ายค่าเช่าที่ให้ดิฉันเดือนละ 3500บาท ไม่ลำบากอะไรเลย ซึ่งดิฉันเห็นว่าการจ่ายค่าเช่าที่ตรงนี้ดิฉันจะได้มีรายได้เป็นเดือน และดิฉันไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน และได้ช่วยคนที่กำลังโดนกระทืบ และที่สำคัญป้าเค้าจะยังคงมีที่ทำมาหากินต่อไป และสัญญาไว้ว่าถ้าเค้ามีเงินก้อน 140000 ดิฉันจะโอนที่คืนให้เค้า นัดชำระเงินทุกวันที่ 15 ของเดือน และได้เซ็นเอกสารสัญญาซื้อขายมาให้ดิฉันพร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และโฉนดที่ขายของ ของเค้ามาให้ดิฉัน (ซึ่งดิฉันไว้ใจว่าเค้าจะไม่โกงดิฉัน โดยมีเพื่อนสนิทของฉันเป็นหนังหน้าไฟ) ดิฉันรอเวลาที่เค้าจะบอกให้ดิฉันไปเซ็นเอกสารรับโอน ผ่านไป 1เดือนยังไม่มีการโอน ค่าเช่างวดแรกเค้าให้เพื่อนดิฉันมาให้ 3000 เพื่อนดิฉันออกให้เค้า 500 ดิฉันเดินทางจากร่มเกล้าไปคุยกับเค้าที่บางแคว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ จะให้เพื่อนดิฉันออกให้ทุกเดือน500ไม่ได้ คุณต้องจ่ายเอง และดิฉันเป็นเจ้าหนี้เค้า เชื่อไหมค่ะว่าดิฉันมีสภาพไม่ต่างจากหมาเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะไปถึงบ้้านเค้าช่วง11โมง เค้าบอกมาทำไมตอนนี้จะรีบไปหาหมอ (ทั้งที่นัดแล้ว) ดิฉันก็อ้าว...ทำไมป้าไม่บอกไว้ล่ะค่ะจะได้มาตอนเช้า และไม่ได้บอกว่าจะไปธุระข้างนอก ดิฉันก็เดินทางไปไกล ดิฉันก็เปิดประเด็นเค้าว่ายาวเลยค่ะ พลิกลิ้นเป็นว่า เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เค้าไม่ได้ขายที่นะ แต่เค้ายืมเงินเฉยๆ (บ้าแล้วใครจะให้ยืมเงิน 140000 โดยได้คืนเดือนละ 3500ดิฉันก็ต้องกินต้องใช้ต้องเลี้ยงลูก)เรื่องที่ตกลงไว้เดือนละ 3500 เค้าก็บอกว่า ไม่ให้ เค้าจะให้แค่ 3000มีอะไรไหม พอใจจะให้แค่นี้ และไม่มีบุญคุณอะไรต่อเค้า เพราะเค้าจ่ายดอกเบี้ยเดือนล่ะ 3500 ค่ะ ดิฉันไม่ยอมค่ะบอกว่าเป็นการตกลงซื้อขายที่ ซึ่งเค้าได้เซ็นเอกสารไว้แล้ว และไม่มีใครให้ยืมเงินโดยจ่ายดอกเบี้ยแค่เดือนล่ะ 3500หรอก ป้าเค้าบอกว่า ไม่ได้หรอกเอกสารไม่มีผลทางกฎหมายเพราะเป็นที่ของเทศกิจ (เอาล่ะซิค่ะ)และเค้าจะจ่ายแค่เดือนละ 3000 มีจ่ายต้นเมื่อไหร่กูค่อยให้ จะเอาไม่เอา ไม่เอาฉันก็ไม่สนใจนะ เพราะไม่มีใครทำอะไรฉันได้ ฉันจะไปข้างนอกล่ะ เป็นไงค่ะเพื่อน อึ้ง..มึนไปเลยค่ะ ดิฉันเลยเจรจาว่าอย่างนั้นดิฉันก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน เค้าเลยไปซื้อสัญญากู้ยืมเงินมาเขียนให้แทนค่ะ ไม่ระบุด้วยค่ะว่าจะคืนเมื่อไหร่ ให้ดอกเดือนล่ะเท่าไหร่ นี่...เป็นไงค่ะลูกหนี้ผู้ประเสริฐ และจะเอาสัญญาซื้อขายคืน ดิฉันจึงขอว่า เก็บไว้ที่เพื่อนดิฉันซึ่งเป็นคนกลาง (และดิฉันก็เอามาทีหลัง เก็บไว้ทั้ง 2ฉบับค่ะ) ดิฉันไม่รู้ต้องทำยังไงต่อให้ได้เงินคืน เค้าจ่ายคนอื่นได้ค่ะวันล่ะหลายร้อย แต่ของดิฉันเค้าผลัดทุกเดือนค่ะ และจ่ายให้หลัง 15 ที่ตกลงไว้ตลอดเวลาค่ะ ผ่านมา 4 เดือนค่ะ (เดือนที่น้ำท่วมดิฉันยกให้เดือนนึงค่ะ)ไม่เคยตรงซักเดือนค่ะ (และบอกผลัดตลอด แต่เปิดร้านขายหมูเพิ่มค่ะ) ดิฉันปวดหัวมากค่ะ ดิฉันก็ต้องการเงินมาให้จ่ายในบ้าน เลี้ยงลูก หรืออยากได้เงินคืนทั้งหมดโดยไม่สนใจแล้วค่ะว่าเค้าจะไปกู้ ไปยืม ใครมาดอกร้อยล่ะเท่าไหร่ แต่ดิฉันไม่แข็งพอที่จะเป็นเจ้าหนี้เค้าค่ะ เพราะกับคนอื่นเค้าจ่ายเป็นรายวัน ได้ตลอดค่ะ เพราะเป็นเจ้าหนี้แข็ง และอยู่ใกล้เค้าสามารถไปทวงเค้าได้ทุกวันเค้าจะไม่เบี้ยวค่ะ แต่ดิฉันอ่อนค่ะ อยากได้เงินคืนค่ะ ไม่ต้องครบ140000 ก็ได้ขอ 100000 ตัดเศษให้พร้อมให้เก็บค่าเช่าที่ต่อหรือทำอะไรก็ได้ต่อเลยค่ะ ดิฉันจะไปลงทุนขายของของดิฉัน ดิฉันเก็บเงินมา 7ปีค่ะ ต้องมาตายเพราะความใจอ่อน สงสารลูกค่ะ ไม่รู้ว่าต่อไปจะได้เข้าโรงเรียนอะไร (ดิฉันตัวคนเดียว ไม่มีญาติและสามีค่ะ และไม่เคยได้รับการส่งเสียจากสามีค่ะ) แต่ตอนนี้ดิฉันไม่มีเงินพาลูกเข้าโรงเรียนดีดีค่ะ เพราะเก็บสะสมเงินมาให้คนโกงเค้าหลอก.....สมเพชตัวเองค่ะและแต่ละเดือนไม่ไปถึงร้านไม่เคยจ่ายค่ะ ไปที่ร้านเคยบอกเค้าว่า หนูไม่มีเงินเลยป้า ลุกไม่มีนมกินแล้ว เค้าบอกว่าไงรู้ไหมค่ะ ตอแหลค่ะ ด่าเจ้าหนี้ที่ให้ตังค์เค้า 140000 ว่าตอแหลค่ะ เพื่อน...น้ำตาไหลค่ะ ตอนนี้หมดตัวแล้ว
เห็นใจ
Posted: Sunday, February 05, 2012 3:38:00 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดีครับ คุณมีเพื่อนที่ต้องซวยเพราะไปช่วยคนห่วยๆอีกหลายคน

ของผมไปพลาดช่วยค้ำประกันให้เพื่อนเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหนี้อุ้ม เพราะเพื่อนไปเอาเงินค่ารับเหมาเขามาแล้วไม่มีคืนให้เขา 2ล้านกว่าบาท สุดท้ายผมต้องรับหนี้นี้เองรวมดอกเบี้ยทั้งหมด3ล้านบาททั้งที่ไม่ได้มีส่วนในหนี้นี้ตั้งแต่ต้น แค่อยากไม่ให้เพื่อนถูกอุ้มแค่นั้น ผมต้องขายบ้านตัวเองไปหนึ่งหลังเพื่อให้จบเรื่องกับลูกค้าของเพื่อน

ผมเจอปัญหามากมายเป็นปีจากการช่วยเพื่อนครั้งนี้ จึงให้เขาทำสัญญารับสภาพหนี้กับผม เชื่อไหมเพื่อนผมบอกว่าเขาจะเอาเงินที่ไหนมาให้ ผมต้องใช้ทั้งลูกขอร้อง ทั้งลูกหิน กว่าจะยอมทำสัญญารับสภาพหนี้ให้ผม แต่รับแค่ 2ล้านบาท และระบุในสัญญา ขอให้เขามีเวลาใช้หนี้ให้ผมทั้งหมดภายใน3ปี (แต่ตอนผมต้องขายบ้านใช้หนี้แทนเพื่อน เจ้าหนี้เขามีเวลาให้ผมเดือนเดียว)

พอผมกดดันเพื่อนมากๆ สุดท้ายเขาบอกว่า ที่ผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ เป็นเพราะผมตัดสินใจเข้ามาช่วยเอง เขาไม่ได้กราบขอร้องและเขาอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ (ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาขอให้ผมช่วยเขาแค่ครั้งเดียว และเครียดแทบบ้าว่าจะหาใครมาช่วยเขาดี)

ผ่านไปแล้ว 2ปี เขาโอนเงินมาให้ 2ครั้ง ครั้งละ1หมื่น

ผมรู้แล้วว่าอีก1ปีที่เหลือ แค่รอเวลาตามสัญญา ผลจะออกยังไงกับเพื่อนจอมเอาตัวรอดแบบนี้ กรรมตามเขาทันแน่เพราะผมจะ ทำให้เขารับกรรมด้วยตัวของผมเอง การให้เขาต้องชดใช้กรรมก็เป็นการช่วยให้คนอื่นต้องไม่ซวยกับคนประเภทนี้อีก

คุณอาจจะได้เงินคืนแต่ไม่ทั้งหมด คุณจะต้องใช้วิธีการอีกมากมายกับคนประเภทนี้กว่าจะได้เงินบางส่วนคืน บางครั้งกฏหมายเป็นได้แค่ข้ออ้างของลูกหนี้ให้เราไปฟ้องร้องเอาเอง น่าเห็นใจที่คุณต้องใช้ต้นทุนที่คุณเก็บไว้สำหรับสร้างอนาคตของตัวเองมาต่อชีวิตให้คนห่วยๆ ทางออกยังมีหลายวิธีครับแต่ต้องใช้เวลา ถ้าทิ้งเบอร์หรือ อีเมล์ไว้ อาจจะมีคนหาทางแนะวิธีการช่วยเหลือ แต่ต้องตัดสินใจวิธีไหนด้วยตัวคุณเอง โชคดีครับ
แอบแช่งในใจ
Posted: Thursday, April 19, 2012 11:43:34 AM
Rank: Guest
Groups: Guest

อ่านความเห็นของท่านหลายๆๆ คน ปัญหาของผมเป็น อสุจิ ไปเลย เฮ้อ แค่ให้เืพื่อนยืมเงิน มีสัญญากู้ยืม แต่ยังไม่ฟ้องร้องอะไร ก็หวังเล็กๆๆ ว่า เรานั้นใจดีไม่ทวง แค่โทรไปถามเพื่อนว่า เป็นไงสบายดีไหม บางครั้งก็ไม่รับ บางครั้งก็บอกยุ่งเดี๋ยวจะโทรกลับ ก็รู้แร๊ะ ว่าเป็นอย่างไร เฮ้อ... ตอนนี้ก็ตัดใจยกหนี้ไปให้มันแร๊ะ
Forum Jump
You can post new topics in this forum.
You can reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.