Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Condo / Condominium - คอนโด คอนโดมิเนียม » Sukapiban / Ramkhamhaeng / Bangkapi Area » Lumpini Ville Ramkamhaeng 26 » MLR-MRR ปัจจุบันของแต่ละธนาคารที่ Due กับโครงการ เพื่อการตัดสินใจเลือก bank

MLR-MRR ปัจจุบันของแต่ละธนาคารที่ Due กับโครงการ เพื่อการตัดสินใจเลือก bank Options
just_a_ninny
Posted: Monday, June 15, 2009 4:19:09 PM

Rank: Newbie
Groups: Member

Joined: 10/06/2009
Posts: 7
Location: Bangkok
ก๊อปเค้ามาอีกทีนะคะ เผื่อเป็นทางเลือกช่วยตัดสินใจ--------


MLR = Minimum Loan Rate ปกติแล้วจะเป็น Rate ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำที่สุด ใช้กับลูกค้าชั้นดี และเป็นลูกค้ารายใหญ่ แต่ปัจจุบันก็ใช้กับกู้บ้านด้วย

MRR = Minimum Retail Rate จะเป็น Rate ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี ที่เป็นลูกค้ารายย่อยค่ะ ปกติ Rate ตัวนี้จะสูงกว่า MLR ค่ะ



MLR(MRR)
ทหารไทย6.25
ซีไอเอ็มบีไทย 6.50
กสิกร5.85
กรุงเทพ5.875
นครหลวงไทย6.40
อาคารสงเคราะห์6.50

มาดูข้อดี-ข้อเสียของสินเชื่อแต่ละชนิดกัน

สินเชื่อมาตรฐาน ชนิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
สินเชื่อชนิดนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยไม่คงที่ตลอดระยะการกู้ โดยปรกติจะมีระยะเวลาการกู้สูงสุดประมาณ 30 ปี
ข้อดี:
หากอัตราดอกเบี้ยลดลง ยอดการชำระคืนเงินกู้ก็จะลดลงตามไปด้วย สามารถชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน)
มีรายละเอียดอื่นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกที่มากกว่า มีความยืดหยุ่น
ข้อเสีย:
หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย (จึงไม่เป็นประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น)

สินเชื่อ ชนิดอัตราดอกเบี้ยคงที่
อัตราดอกเบี้ยจะคงที่ช่วงระยะเวลาตามข้อตกลง สินเชื่อชนิดที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ จะช่วยให้ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณไม่ต้องเพิ่มขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา อย่างไรก็ตาม คุณจะเสียผลประโยชน์ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยลดลง เพราะยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยไปด้วย
ข้อดี:
หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่สูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อเสีย:
หากอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ยอดการชำระคืนเงินกู้ของคุณจะไม่ต่ำลงตามไปด้วย ไม่มีความยืดหยุ่นมากนัก

สินเชื่อ ชนิดแบบผสม
สินเชื่อชนิดนี้ โดยมากจะเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรกเพื่อดึงดูดลูกค้า อัตราดอกเบี้ยสามารถเป็นได้ทั้งแบบอัตราคงที่หรือแบบมีคงระดับเพดาน แต่อัตราดอกเบี้ยต่ำจะสามารถใช้ได้เพียงช่วงแรกก่อนที่จะต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งอาจะสูงหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่เดิมก็ได้
ข้อดี:
โดยมากจะเป็นข้อเสนอที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในช่วงแรก หากการชำระคืนเงินกู้อยู่ในช่วงที่ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก จะสามารถลดเงินต้นลงได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสีย:
ยอดการชำระคืนเงินกู้จะเพิ่มขึ้นหลังจากใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว

คำถาม-คำตอบ ที่พบบ่อยๆ เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ มาเพิ่มเติมครับ….!!!

ธนาคารจะให้วงเงินกู้จำนวนเท่าไร
ถ้าเป็นการกู้เพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดิน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม หรือเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาวงเงินกู้ ตั้งแต่ร้อยละ 70-95 ของราคาประเมินหลักทรัพย์ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน)

ธนาคารมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาวงเงินกู้
หลักเกณฑ์การพิจารณาวงเงินกู้ ธนาคารจะพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการกู้ตามลักษณะที่อยู่อาศัย และความสามารถในการผ่อนชำระคืน โดยพิจารณาจากอาชีพ รายได้ และจากมูลค่าหลักประกัน เช่น
- ลักษณะที่อยู่อาศัย กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้แก่บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) คอนโดมิเนียม หรือเพื่อปลูกสร้าง ปรับปรุง ตกแต่งต่อเติม หรือ Refinance ที่อยู่อาศัย
- คุณสมบัติผู้กู้ เป็นบุคคลธรรมดามีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ประจำ หรือประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องแสดงรายได้จากธุรกิจที่ชัดเจน ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน
- วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 80-95 ของราคาประเมินหลักทรัพย์ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร)
- ระยะเวลาผ่อนชำระต่ำสุด 3 ปี สูงสุด 30 ปี ทั้งนี้อายุของผู้กู้รวมระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 60 ปีสำหรับผู้มีรายได้ประจำ และไม่เกิน 65 ปี สำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว

หากมีรายได้ประจำที่ไม่เพียงพอในการผ่อนชำระสินเชื่อ จะขอกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านได้หรือไม่
ได้ หากท่านมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร หรือ ยืดระยะเวลากู้ให้นานขึ้น หรือกู้เงินน้อยลง

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการกู้ร่วมอย่างไร
การกู้ร่วมนั้นผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้ขอกู้เช่น เป็นสามีภรรยา พี่น้องท้องเดียวกัน หรือบิดามารดากู้ร่วมกับบุตร ธนาคารไม่จำกัดจำนวนผู้กู้ร่วม และควรให้ผู้กู้ร่วมถือกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ร่วมกันทุกคน

กู้ร่วมกับแฟนที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือแต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้หรือไม่
กรณีเป็นแฟนกันแต่ยังไม่แต่งงานกันไม่สามารถกู้ร่วมได้ ยกเว้นกรณี หมั้นและเตรียมการพร้อมที่จะแต่งงาน
ส่วนในกรณีที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสามารถกู้ได้โดยแสดงหลักฐานอื่นๆ เช่นถ้ามีบุตรให้แสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ หรือทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน

ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขอสินเชื่อหรือไม่ จำนวนเท่าใด
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประมาณ 2,500-5,000. บาท (แต่ละธนาคารเก็บไม่เท่ากัน ชำระ ณ วันที่ยื่นประเมิน หรือยื่นขอกู้)
- ค่าธรรมเนียมจัดการร้อยละ 0.1-1.0 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
- ค่าปรับกรณีชำระหมดก่อน 3 ปี คิดอัตราร้อยละ 1.5-3 ของวงเงินกู้
- ค่ากรมธรรม์ประกันอัคคีภัย

การเลือกอัตราดอกเบี้ย ควรพิจารณาเลือกอย่างไร
อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดอาจจะไม่ใช่ทางเลือกดีที่สุดเสมอไป เพราะทางเลือกดังกล่าวมักจะอิงตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR ที่อาจสูงขึ้นในอนาคต ผู้กู้ซื้อบ้านควรพิจารณาทางเลือกที่จะให้ประโยชน์สูงสุดในช่วง 3-5 ปีแรก ถ้าผู้กู้มีแนวโน้มไม่ชอบความเสี่ยง ควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่หากผู้กู้มีแนวโน้มที่ชอบอัตราดอกเบี้ยต่ำแต่สามารถรับความเสี่ยงได้ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ย MLR สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยแบบอิงลอยตัวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

หลักฐานที่จะต้องนำไปให้ธนาคารในการกู้เงินมีอะไรบ้าง
ในการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน หรืออาคารชุด สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้ผู้ขอกู้ จะต้องนำหลักฐานต่างๆต่อไปนี้ โดยครบถ้วน ได้แก่
1) หลักฐานประจำตัว ได้แก่
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร
สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
2) หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
ก. ผู้มีรายได้ประจำ
- ใบรับรองเงินเดือน, Slip เงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (บัญชีที่เข้าเงินเดือน)
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก เงินออมที่อื่น
ข. ผู้มีอาชีพอิสระ
- สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่เกิน 30 วัน
- รายชื่อผู้ถือหุ้น
- บัญชีเงินฝาก พร้อม statement บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
- หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ
- รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคู่ค้า
3) หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย
สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
- แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
- ถ้าเป็นการซื้อห้องชุด ต้องมีสำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุด รายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลาง
4) หลักฐานอื่นๆ
กรณีขอกู้เพื่อการปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร ต้องมี
- แบบก่อสร้างอาคาร
- หนังสืออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
- หนังสือสัญญาจ้างปลูกสร้างหรือต่อเติมอาคาร
กรณีกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง ต้องมี
- สัญญากู้เงิน และสัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิม
- statement การผ่อนชำระค่างวด ใน 6-12 เดือนสุดท้าย
กรณีมีผู้กู้ร่วม จะต้องมีหลักฐานส่วนตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมด้วย

ที่มา..กรมที่ดิน
มาตรการสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑
http://www.dol.go.th/lo/smt/article/march-51/article14.pdf

แนวทางปฏิบัติในการลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการสนับสนุนการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 22 เมษายน 2551
http://www.dol.go.th/lo/smt/practice/may-51/11887.pdf


just_a_ninny
Posted: Monday, June 15, 2009 4:23:57 PM

Rank: Newbie
Groups: Member

Joined: 10/06/2009
Posts: 7
Location: Bangkok
เครดิตคุณ AKEY_MU_ Lumpini Suite Pinklao Moderator
Midnight cat
Posted: Saturday, June 27, 2009 12:30:29 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

Thank you ka, very useful na ka. Smile
Da
Posted: Saturday, October 15, 2011 6:02:00 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

ขออนุถญาตนำไปเเชร์ในคอนโดนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
Forum Jump
You can post new topics in this forum.
You can reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.